ทุกปัญหามีทางออก อย่าปล่อยให้วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตาย

แม้ในปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19ในประเทศไทยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราพบผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงในแต่ละวัน ขณะเดียวกันจำนวนของผู้ที่รักษาหายและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติก็ค่อย ๆเพิ่มมากขึ้นจนจำนวนผู้ป่วยสะสมในโรงพยาบาลลดลงตามลำดับครับ ภาพรวมสถานการณ์การระบาดในประเทศไทยจึงดูดีขึ้นมากกว่าอีกหลายประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดเช่นเดียวกัน แม้สถานการณ์การระบาดจะดูดีแต่กระนั้นเรากลับได้ยินอีกข่าวที่ฟังแล้วชวนหดหู่ใจมากกว่าการแพร่ระบาดของโรคครับ นั่นก็คือ “การฆ่าตัวตาย” ที่ปรากฏให้เราได้ยินและได้ฟังมากขึ้นในแต่ละวันไม่ว่าจากการได้รับผลกระทบในด้านใดก็ตาม ในบทความนี้เราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างกำลังใจและเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงคำแนะนำให้คุณได้สังเกตแนวโน้มของคนรอบตัวเพื่อช่วยป้องกันความเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงทีครับ

ตั้งสติก่อนจะตัดสินใจทำอะไร สติคือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้คุณฝ่าฟันทุก ๆวิกฤติ

เราเข้าใจครับว่านอกเหนือจากความวิตกกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวการติดโรค อีกสิ่งหนึ่งที่พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ “สภาพเศรษฐกิจ”ที่ชะลอตัว หลายกิจการต้องปิดตัวลง พนักงานหลายคนถูกให้ออกจากงาน บางคนดีหน่อยที่อาจเพียงแค่ถูกลดเงินเดือน แต่กระนั้นคนทุกคนล้วนมีภาระที่ต้องแบกด้วยกันทั้งสิ้น รายได้ที่ลดลงย่อมเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะกระทบกระเทือนต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน บางคนกระทบมาก บางคนกระทบน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ย่อมสร้างทั้งความเครียดและแรงกดดันมหาศาลที่คุณต้องแบกรับ ครั้นจะไปขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับเราหรือไม่ เมื่อคิดจะบ่ายหน้าไปขอความช่วยเหลือจากภาครัฐก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและเป็นไปตามคิวเพราะวิกฤติโควิดนี้มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว จึงทำให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ออกมาเกิดความล่าช้าไปบ้าง ทั้งหมดนี้ก็คือความเครียดที่หลายคนไม่อาจหาทางออกได้และอาจทำให้บางคนตัดสินใจผิดพลาดเพียงแค่เสี้ยววินาทีและเลือกทางออกด้วยการปลิดชีวิตของตนเองเพื่อหนีจากภาระและปัญหาเหล่านั้น

ท่ามกลางปัญหาที่ถาโถมและผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณรอดพ้นและฝ่าฟันวิกฤติที่หนักหน่วงนี้ไปได้ สิ่งเดียวนั้นก็คือ “สติ” ครับ เมื่อใดที่คุณอับจนหนทาง มองไม่เห็นแสงสว่างในอุโมงค์อันมืดมิด ขอให้คุณค่อย ๆทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างละเอียดและรอบด้านอีกครั้ง เชื่อเหลือเกินครับว่าหากคุณได้ให้เวลาในการพิจารณาสิ่งต่าง ๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน คุณจะพบทางออกของปัญหาอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ตั้งสติให้มั่นและใช้เวลาพิจารณาสิ่งต่าง ๆอย่างที่คุณต้องการแล้วแสงสว่างที่คุณต้องการจะปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณนั่นเอง

คนรอบข้างคืออีกผู้หนึ่งที่จะช่วยตัดตอนและป้องกันไม่ให้คนที่รักคิดสั้น

ผู้ที่แบกรับความเครียดและกำลังอับจนหนทาง อาการทั้งหลายย่อมปรากฎให้คนรอบข้างได้รับรู้และสัมผัสได้ครับ ดังนั้นคนรอบข้างคือตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่กำลังคิดสั้นตัดสินใจหนีปัญหา สำหรับวิธีการช่วยเหลือผู้ที่กำลังจะคิดสั้นเรามีคำแนะนำมาฝากดังนี้ครับ

1. ให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาและทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงตัวคนเดียวในโลก

ในระยะของความอ่อนแอนี้ “กำลังใจ” คือสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดครับ เพราะจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างแทบไม่ทันได้ตั้งตัว พวกเขาย่อมจะรู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่า ไม่มีความหมาย และกล่าวโทษตัวเองในทุกเรื่อง สิ่งที่คนรอบข้างทำได้คือการให้กำลังใจ รับฟังปัญหาของเขาอย่างเข้าอกเข้าใจและทำให้พวกเขารู้สึกว่ายังมีคนรอบข้างที่พร้อมจะเคียงข้างและให้การสนับสนุนเขาอยู่เสมอ ให้เขาได้รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงตัวคนเดียวในโลกใบนี้ครับ

2. ส่งเสริมให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ให้เห็นว่าตนเองก็ยังมีคุณค่าอยู่ในตัว

ความรู้สึกว่าตนเองด้อยค่าคือสิ่งที่จะเกาะกุมความรู้สึกของพวกเขา เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้นเขาจะรู้สึกว่าตนเอง “ล้มเหลว” อย่างสิ้นเชิง คนที่อยู่ใกล้ชิดจึงจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าให้แก่พวกเขาครับ ให้พวกเขาได้เห็นว่าตนเองมีข้อดีอย่างไร มีความสามารถอะไรที่ดีบ้างเพื่อให้พวกเขาเกิดความภาคภูมิใจและพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ฝ่าฟันกับปัญหาอีกครั้งครับ

3. อย่าปล่อยให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่คนเดียวโดยเด็ดขาด

เหตุร้ายมักจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่เพียงลำพังคนเดียว ความคิดชั่ววูบนี้มักจะมาพร้อมความฟุ้งซ่านเมื่อต้องอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้พวกเขาอยู่คนเดียวเป็นอันขาดและควรจะอยู่ในสายตาของคนในครอบครัวตลอดเวลาครับ ขณะเดียวกันก็ควรจะเก็บอุปกรณ์ทุกชนิดที่พวกเขามีโอกาสนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายตัวเองให้พ้นจากสายตาของพวกเขา วิธีนี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นได้

4. หากอาการไม่ดีขึ้น จิตแพทย์ช่วยคุณได้

ท้ายที่สุดหากพวกเขาไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ทางออกสุดท้ายที่คุณควรจะทำคือการปรึกษากับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอคำแนะนำและวิธีการให้การช่วยเหลือเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเพื่อหาแนวทางป้องกันเหตุร้ายร่วมกัน หรือติดต่อไปที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้โดยตรงครับ

การฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกของปัญหาครับ แม้จะมีปัญหาที่หนักหน่วงเพียงใดก็ตาม แต่เชื่อเถิดว่าไม่มีปัญหาใดที่ไร้ทางออก ลองมองปัญหาให้ถี่ถ้วนเพราะในหลายครั้งคำตอบของปัญหาก็จะมาในรูปแบบที่คุณเองคาดไม่ถึงเช่นกัน ทางเว็บไซต์ When I Old Up ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนฝ่าฟันในช่วงวิกฤตินี้ครับ แล้วเราจะผ่านพ้นทุกปัญหาและทุกวิกฤติไปด้วยกัน!!!

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here