ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ ตอนที่1: ไม่มีใครอยากเป็นหนี้

ความสุขในยุคปัจจุบันมีองค์ประกอบ 3 ประการที่จะประกอบรวมกันเป็นความสุขครับ องค์ประกอบแรกก็คือการมีสุขภาพกายที่ดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่จะมาบั่นทอนคุณภาพชีวิต ผู้ใดที่ยังคงความแข็งแรงของร่างกายเอาไว้ได้แม้จะมีอายุมากและไม่มีโรคประจำตัวใด ๆเลยคนผู้นั้นเสมือนดั่งผู้ที่ได้รับพรอันประเสริฐ องค์ประกอบที่ 2 ของความสุขก็คือการมีสุขภาพจิตที่ดีไม่มีความเครียดใด ๆมารุมเร้า แวดล้อมอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ใจเป็นสุข เมื่อใจไม่มีความทุกข์ก็ย่อมส่งผลไปถึงสุขภาพกายอย่างแยกกันไม่ออกครับดั่งคำโบราณที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” คนผู้ใดมีครบทั้ง 2 องค์ประกอบนี่ย่อมเป็นที่น่าอิจฉาของคนแทบทุกคนครับ และองค์ประกอบสุดท้ายที่จะเข้ามาเติมเต็มทั้ง 2 องค์ประกอบแรกให้สมบูรณ์และถือเป็นองค์ประกอบที่ไม่อาจมองข้ามในยุคปัจจุบันก็คือ การมีสุขภาพทางการเงินที่ดี องค์ประกอบสุดท้ายนี้เองที่จะมีส่วนทั้งเกื้อหนุนและบั่นทอนสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้เป็นได้ทั้งทางบวกและทางลบครับ หากผู้ใดที่มีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงก็จะส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีตามไปด้วย ในทางกลับกันหากผู้ใดมีสุขภาพทางการเงินที่อ่อนแอก็ยากนักที่คนผู้นั้นจะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงและสมบูรณ์ครับ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของบทความในซีรี่ย์ของ “ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ที่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์และให้กำลังใจผู้ที่กำลังมีหนี้รวมถึงผู้ที่กำลังจะคิดสร้างหนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ซึ่งผู้เขียนเองก็หวังว่าบทความชุดนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านผู้มีหนี้ไม่มากก็น้อยครับ

เกริ่นนำ: ไม่มีใครอยากเป็นหนี้

ผู้เขียนเองไม่ใช่นักวางแผนทางการเงิน ไม่ใช่นักวางแผนจัดการหนี้ ไม่ได้เรียนจบมาทางด้านการเงินและไม่ได้ทำงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเงินเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยประสบการณ์ที่มีหนี้สินที่ต้องชดใช้ทำให้ต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของหนี้สิน รวมถึงต้องวางแผนบริหารจัดการหนี้สินที่ตนเองมีเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวอยู่รอดโดยไม่รู้สึกบีบคั้นมากจนเกินไปนัก จึงพยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถปลดหนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไวที่สุด จนมาถึงวันที่ผู้เขียนและครอบครัวสามารถจัดการกับหนี้สินที่มีอยู่ได้ทั้งหมด ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความโชคดีของครอบครัวผู้เขียนเองด้วยที่ทำให้ภาระหนี้สินจบลงไวกว่าที่คาดการณ์ แต่กระนั้นเมื่อมองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาจึงอยากจะนำประสบการณ์ที่ผ่านมามาร่วมแบ่งปันให้แก่ผู้ที่มีภาระหนี้เช่นกัน เพราะผู้เขียนเองเข้าใจถึงความทุกข์ที่ลูกหนี้ทุกคนประสบอยู่ครับ

ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ เชื่อว่าทุกคนก็คงคิดเหมือนกันครับหากเลือกได้คงไม่มีใครอยากจะก่อหนี้ให้กับตัวเอง เพราะหนี้เป็นภาระผูกพันไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ระยะสั้นหรือหนี้ระยะยาวก็ตาม การมีหนี้แต่ละครั้งจึงไม่ใช้เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะคุณจำเป็นต้องบริหารการเงินของตัวเองให้เหมาะสมเพื่อจะได้ไม่ผิดนัดชำระหนี้ การผิดนัดชำระหนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การถูกตามทวงหนี้ในรูปแบบต่าง ๆเท่านั้น ซึ่งผลเสียของการผิดนัดชำระหนี้นอกจากจะทำให้คุณเสียประวัติและไม่ได้รับความเชื่อถือจากสถาบันการเงินหากคุณมีความจำเป็นต้องไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ยังรวมไปถึงภาระของเบี้ยปรับในกรณีของการผิดนัดชำระที่จะทวีคูณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวซึ่งสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นให้กับคุณอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคุณก็อาจต้องสูญเสียทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือทรัพย์สินอื่น ๆเพื่อนำมาชดใช้หนี้สินที่คุณติดค้างอยู่ครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าการมีหนี้ในแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องเล่น ๆหากคุณไม่มีแผนการรองรับหรือทางหนีทีไล่ หนี้ที่คุณมีก็อาจสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณได้อย่างแน่นอน แต่ทว่าด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เราทุกคนต้องมีหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้เพื่อความมั่นคงในชีวิตอย่างเช่นหนี้บ้าน หรือหนี้เพื่อสร้างโอกาสและต่อยอดความมั่งคั่งเช่นการลงทุน แต่บางครั้งหนี้ก็มาพร้อมกับความหย่อนยานในเรื่องของวินัยทางการเงิน ดังนั้นการมีหนี้ในแต่ละครั้งคุณต้องถามตัวเองเสมอครับว่าหนี้ก้อนนั้นคุณก่อมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากคุณเข้าใจถึงเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องก่อหนี้ก้อนนั้นได้คุณจะสามารถวางแผนการเงินและสามารถบริหารจัดการหนี้ก้อนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนครับ เพราะหนี้ที่สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันจะมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ประเภทต่าง ๆจะขอยกไปพูดถึงในบทความต่อ ๆไปครับ

ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ: จะมีหนี้สุขหรือหนี้ทุกข์ล้วนขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง

หากวลีที่ว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจะถูกใช้เพื่อบอกกล่าวถึงความโชคดีของการมีสุขภาพที่แข็งแรง ฉะนั้นสำหรับสุขภาพทางการเงินนั้นวลี “ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ก็สามารถนำมาเทียบเคียงความสุขจากการไม่มีหนี้ได้เช่นกัน แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วครับว่าการที่จะหาคนที่ทั้งชีวิตไม่เคยก่อหนี้เลยนั้นคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นสิ่งที่ควรคิดต่อไปว่าแล้วคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้การก่อหนี้ในครั้งนี้ของคุณซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตามจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคุณครับ เพราะแม้ว่าคุณจะมีหนี้แต่เชื่อเถิดว่าถ้าคุณบริหารจัดการหนี้ของคุณได้ดี คุณก็สามารถมีหนี้ไปพร้อม ๆกับการมีความสุขในชีวิตได้ ดังนั้น “หนี้” จึงไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายไปทั้งหมดครับเพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองว่าจะทำให้หนี้ก้อนนั้นเป็นหนี้แห่งความสุขหรือเป็นก้อนหนี้ที่นำพามาซึ่งความทุกข์ใจ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคุณสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ครับ

อย่าอ้อนวอนแต่เทพเทวดาฟ้าดินเพื่อช่วยให้คุณปลดหนี้ได้ หรืออย่างหวังแต่รอคอยความช่วยเหลือลม ๆ แล้ง ๆโดยไม่ลงมือทำอะไรเพราะสิ่งที่จะกำหนดชะตาชีวิตของคุณได้ก็คือ 1 สมองและ 2 มือของตัวคุณเองครับ หากคุณมีหนี้และสามารถบริหารจัดการหนี้ของคุณได้ นอกจากความสุขใจที่หมดหนี้อีกสิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจครับว่าคุณสามารถจัดการภาระอันหนักหนานี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยลำแข้งของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใคร เชื่อเถิดว่าความรู้สึกนี้จะทำให้คุณเห็นคุณค่าในตัวเองและเพิ่มพลังบวกให้กับตัวคุณเองครับ โปรดจำคำพูดหนึ่งไว้เสมอครับว่า ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร “ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ” แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้าครับ

ตอนที่ 2 >>

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here