ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐตอนที่ 12 : หนี้บัตรเครดิตบานปลาย รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตช่วยคุณได้

ในบทความที่แล้วเราได้ดูวิธีการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตว่าจะจัดการอย่างไรดีเมื่อคุณเริ่มจะมีปัญหาผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตที่มีไม่ไหว แต่หากหนี้บัตรเครดิตที่คุณมีกลายเป็นปัญหาที่เริ่มลุกลามบานปลายจนยากจะควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินมากเกินจนจ่ายไม่ไหว มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบจนอิรุงตุงนังหรือแม้กระทั่งผีซ้ำด้ามพลอยอย่างปัญหาดอกเบี้ยที่เกินกว่ากำลังที่คุณจ่ายไม่ไหวอีกต่อไป แต่ไม่ว่าปัญหาจะดูหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ยังมีหนทางในการแก้ไขปัญหาอยู่เสมอครับ และวิธีการที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปัญหาหนี้บัตรเครดิตก็คือ “การขอรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต” ซึ่งวิธีการจะเป็นอย่างไรแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่บทความนี้มีคำตอบครับ

การรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตคืออะไร

การรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตแท้ที่จริงแล้วก็คือการขออนุมัติสินเชื่อบุคคลจากสถาบันการเงินซึ่งอาจจะเป็นสถาบันการเงินเดิมที่คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่หรืออาจจะเป็นสถาบันการเงินใหม่ก็ได้ครับ ซึ่งโดยปกติสถาบันการเงินต่าง ๆ จะมีโปรแกรมสินเชื่อบุคคลเอาไว้ให้ลูกค้าขอเพื่อนำเงินที่ได้รับอนุมัติไปหมุนเพื่อกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนแต่บางกรณีบางสถาบันการเงินก็จัดทำสินเชื่อพิเศษเพื่อใช้ในการปิดยอดบัตรเครดิตได้เช่นกัน แม้ว่าการกู้หนี้เพื่อมาโปะหนี้อาจเป็นวิธีการที่หลาย ๆ คนกล่าวห้ามเอาไว้แต่ในกรณีของหนี้บัตรเครดิตซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากหรือหากคุณมีหนี้บัตรบัตรเครดิตหลายใบในวงเงินหนี้ที่สูงเมื่อรวมกับภาระดอกดอกเบี้ยที่คุณต้องแบกรับดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตใหม่หรือก็คือการขอสินเชื่อบุคคลเพื่อมาจัดการกับหนี้บัตรเครดิตที่คุณมีก็จะมีประโยชน์กว่าการที่คุณพยายามจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่พอกพูนจนจ่ายไม่ไหวครับ ซึ่งข้อดีของการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตก็คืออัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่ามาก คุณสามารถรวมหนี้บัตรทุกใบเอาไว้ในก้อนเดียวเพื่อให้ง่ายในการจัดการบริหารอีกทั้งระยะเวลาในการผ่อนชำระที่นานขึ้นไม่ถูกเร่งรัดเฉกเช่นนี้จากบัตรเครดิตโดยตรงก็จะทำให้สภาพทางการเงินของคุณดีขึ้นให้คุณได้มีโอกาสในการบริหารจัดการการเงินของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

2 ขั้นตอนในการขอสินเชื่อบุคคลเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตมีอะไรบ้าง

1. รวบรวมและประมาณการหนี้บัตรเครดิตที่คุณมีทั้งหมด

ขั้นตอนแรกสุดในการขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็คือการรวบรวมหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดที่คุณมีให้เป็นก้อนเดียวว่ายอดหนี้ทั้งหมดของคุณเป็นเท่าใด ยอดหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดนั้นต้องครอบคลุมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดด้วย เมื่อคุณรวบรวมหนี้และประมาณการหนี้บัตรทั้งหมดที่คุณมีได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคุณต้องบวกเพิ่มจำนวนเงินที่ต้องการขอสินเชื่อเข้าไปด้วย อย่าคิดขอสินเชื่อเพียงเท่ายอดหนี้ที่คุณมีครับ เพราะบางครั้งสถาบันการเงินอาจจะไม่ได้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อเต็มจำนวนที่คุณขอเอาไว้ การขอเกินจากมูลหนี้จึงเพื่อทำให้เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อไม่เต็มจำนวนคุณยังมีโอกาสได้รับเงินใกล้เคียงกับยอดหนี้ที่คุณมีครับและเมื่อสถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อให้คุณน้อยกว่าหนี้ที่มี คุณต้องนำเงินที่ได้นี้ไปปิดบัตรโดยเลือกบัตรที่คิดดอกเบี้ยแพงที่สุดก่อน เพื่อป้องกันและตัดปัญหาดอกเบี้ยในอนาคตนั่นเอง

2. ยื่นขอสมัครสินเชื่อกับทางสถาบันการเงิน

การจะเลือกขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินใดนั้น สิ่งที่คุณต้องนำมาพิจารณาก็คือสถาบันการเงินใดที่คิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด โดยต้องพิจารณาร่วมกับระยะเวลาในการผ่อนชำระ โปรโมชั่นและเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ทางสถาบันการเงินกำหนด โดยต้องดูจากความสามารถในการผ่อนชำระของคุณเองเป็นอันดับแรก โดยมากระยะเวลาในการผ่อนชำระสินเชื่อบุคคลมักจะอยู่ที่ประมาณ 18-60 เดือน จึงทำให้ผู้ขอสินเชื่อมีความยืดหยุ่นและสามารถวางแผนการผ่อนชำระและวางแผนการเงินได้ตรงตามกำลังความสามารถของตนเองครับ โดยในปัจจุบันทางสถาบันการเงินเองหลายแห่งก็มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาสมัครขอสินเชื่อกับตนเองไม่ว่าจะเป็นวงเงินกู้สูงสุด 3-5 เท่าของรายได้ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน การลดดอกเบี้ยพิเศษรวมไปถึงการไม่คิดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นต้น

แม้จะสามารถแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้แล้วก็อย่าชะล่าใจหากไร้ซึ่งวินัยการเงินคุณก็มีโอกาสเป็นหนี้บัตรเครดิตซ้ำได้อีก

แม้คุณจะสามารถแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่น่าหนักใจได้แล้ว แต่หากคุณยังไม่หยุดพฤติกรรมการใช้เงินแบบเดิม แม้หนี้ก้อนนี้จะสามารถคลี่คลายได้ แต่คุณก็อาจสร้างหนี้บัตรเครดิตก้อนใหม่ขึ้นมาได้อีก การมีหนี้อยู่เสมอไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเองอย่างแน่นอน เพราะนั่นไม่ได้แสดงให้เห็นเพียงแค่คุณเป็นคนที่ล้มเหลวในเรื่องการบริหารการเงินกลายเป็นคนที่ถูกเรียกว่า “ไร้วินัยทางการเงิน” แต่การที่ชีวิตมีแต่หนี้ย่อมกระทบถึงความมั่นคงของชีวิตและทางการเงินในยามบั้นปลายของคุณเอง หากคุณปล่อยให้ชีวิตเดินทางวนเวียนอยู่เช่นนี้ คุณจะกลายเป็นคนที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในบั้นปลายชีวิตครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปของซีรี่ย์ในชุดความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐในตอนต่อไปครับ

<< ตอนที่ 11 // ตอนที่ 13 >>

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here