ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐตอนที่ 14 : อายุมากและยังมีหนี้จะทำอย่างไรไม่ให้ลำบากตอนแก่

หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนแทบทุกคนจะมีอายุในการทำงานที่เท่า ๆ กันครับ โดยเฉลี่ยคือประมาณ 38-39 ปี ขึ้นอยู่กับว่าสายงานของคุณคืออะไรและคุณเริ่มงานเมื่อใด โดยในช่วงแรกของการทำงานหลาย ๆ คนบอกว่าเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และการใช้ชีวิตในช่วงนี้รายได้ของคุณจึงยังไม่สูงมากนักแต่คุณก็ยังไม่มีภาระอะไรมากนักเช่นกันบางคนเลือกที่จะกิน เที่ยวหาความสุขสำราญและมีบางคนที่เริ่มต้นวางแผนเก็บออมเงินเพื่ออนาคต แต่เมื่อคุณเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงที่การงานมั่นคงคุณจะเริ่มต้นคิดสร้างครอบครัวและความมั่นคงให้กับตัวเองครับ ในวัยนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นหนี้ในที่สุด และหนี้ที่สร้างขึ้นในช่วงนี้ก็มักจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่กินระยะเวลายาวนานเช่น หนี้บ้าน หนี้รถยนต์ และยังรวมไปถึงหนี้ระยะสั้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างครอบครัว ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้ผู้ที่มีวินัยทางการเงินที่ดีก็จะสามารถผ่านพ้นภาระหนี้ไปได้ไม่ยากเย็นนัก แต่สำหรับผู้ที่มีวินัยทางการเงินหย่อนยาน หนี้สินเหล่านี้ก็จะสร้างผลกระทบให้กับชีวิตของคุณได้มากกว่าที่คิดครับ และเมื่อหนี้สินที่คุณมีลากยาวไปจนถึงช่วงเวลาใกล้เกษียณจุดนี้ก็คือ “หายนะทางการเงิน” ของคุณอย่างแท้จริง แต่หากคุณเริ่มรู้สึกตัวคุณก็ยังพอมีหนทางในการแก้ไข สำหรับวิธีการแก้ปัญหามีหนี้เมื่อมีอายุมากจะทำอย่างไร เราจะไปดูพร้อม ๆ กันครับ

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อใกล้เกษียณแล้วแต่พบว่าคุณยังมีหนี้ก้อนโตเป็นภาระที่ต้องจัดการ

1. ความมั่นคงหลังเกษียณจะลดลง

ต้องไม่ลืมครับว่าภาระหนี้คือ “รายจ่าย” ประจำที่คุณเลี่ยงไม่ได้และรายจ่ายก้อนนี้จะโตขึ้นตามปริมาณหนี้ที่คุณมี เมื่อคุณมีภาระรายจ่ายประจำอย่างหนี้ในทุก ๆ เดือน และเมื่อรวมกับรายจ่ายอื่น ๆ อย่างค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ค่ารักษาพยาบาลหากคุณมีโรคประจำตัว ภาระเหล่านี้จะทำให้เงินเก็บที่คุณควรจะมีลดลงไปอีกครับ ซึ่งเงินเก็บเหล่านี้หากคุณนำไปต่อยอดให้งอกเงยคุณมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากพอจะทำให้คุณมั่นคงได้หลังจากเกษียณอายุการทำงานครับ เพราะฉะนั้นหากคุณยิ่งเข้าใกล้วัยเกษียณมากเพียงใด คุณต้องยิ่งเคลียร์หนี้ก้อนใหญ่ให้จบไวที่สุดก่อนที่ภาระหนี้จะตามหลอกหลอนคุณจนทำให้ชีวิตหลังเกษียณของคุณไม่เป็นสุข

2. แม้เกษียณแล้วก็ไม่อาจหยุดทำงานได้

ชีวิตหลังเกษียณที่วาดฝันว่าจะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ชอบ ได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างที่ต้องการหรือใช้ชีวิตอย่างมีความสุขคงจะต้องพังทลาย หากคุณเกษียณจากงานแล้วแต่ภาระหนี้สินยังไม่จบอย่างที่ควรจะเป็น หากภาระหนี้ยังคงติดตามคุณไปถึงช่วงหลังเกษียณคุณก็ยังคงไม่อาจหยุดทำงานได้ครับ เพราะเมื่อหยุดทำงานก็เท่ากับว่าคุณจะไม่มีเงินใช้หนี้ซึ่งจะกลายเป็นภาระและปัญหาใหญ่ของคุณต่อไป และเรื่องสำคัญประการหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงก็คือ “งานหลังเกษียณไม่ได้ทำเงินให้คุณมากเท่ากับช่วงก่อนเกษียณ” ครับ ยิ่งหากงานเดิมของคุณไม่ใช่งานที่ต้องอาศัยทักษะระดับสูง โอกาสที่คุณจะต้องทำงานใช้หนี้หลังเกษียณก็จะยิ่งทอดเวลานานออกไปจนกว่าหนี้จะหมดหรือคุณหมดแรงจะทำครับ

3. เครียด วิตก กังวลถึงสภาพของตัวเองหลังเกษียณ

เมื่อคุณมีหนี้สินที่ยังเคลียร์ไม่จบและมีทีท่าว่าจะลากยาวไปจนถึงหลังเกษียณ เมื่อถึงเวลานี้คุณจะเริ่มกังวลถึงสภาพของตัวเองหลังเกษียณว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างไร ความกังวลนี้จะเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกษียณตัวเองเสียอีก ซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลนี้ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณเลยครับ ความเครียดที่รุมเร้าจากปัญหาหนี้สินที่ไม่จบลงก่อนการเกษียณเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้คุณต้องประสบกับโรคร้ายที่น่ากังวลใจได้ครับ และอาจส่งผลให้คุณตัดสินใจบางอย่างที่ผิดพลาดและยากจะแก้ไขได้

4. ความสัมพันธ์ในครอบครัวสั่นคลอน

เมื่อคุณยังคงมีหนี้ก้อนใหญ่ในวัยที่ใกล้เกษียณก็อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้ครับ เพราะไม่เพียงแต่คุณที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณเท่านั้น คู่ชีวิตของคุณก็เช่นกันที่จะอยู่ในช่วงที่เหลือเวลาในการทำงานอีกไม่มาก เมื่อต้องคำนึงถึงอนาคตที่ไม่รู้จะไปในทิศทางใดก็ย่อมเกิดความเครียดด้วยกันทั้งคู่และเมื่อยังหาทางออกที่เหมาะสมไม่ได้ก็มีโอกาสที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีโอกาสสั่นคลอนได้เช่นกัน

จะเกษียณแล้วแต่ยังไม่หมดหนี้เราควรทำอย่างไรดี

1. มองดูความผิดพลาดในอดีตแล้วปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน

การมองหาว่าตนเองผิดพลาดอะไรจึงเป็นต้นเหตุของปัญหาคือสิ่งแรกที่คุณควรจะทำครับ เมื่อคุณวิเคราะห์ถึงต้นเหตุของปัญหาได้แล้วจะทำให้คุณทราบว่าคุณควรจะทำอย่างไรต่อไป หรือจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ดังนั้นก่อนที่คุณจะมองถึงวิธีการแก้ปัญหาลองหันมาดูครับว่าในอดีตคุณมีข้อผิดพลาดอย่างไรจึงส่งผลต่อเนื่องเป็นปัญหาในปัจจุบัน

2. เก็บออมเงินจากรายจ่ายฟุ่มเฟือย

หากคุณมีหนี้คุณจำเป็นต้องกันรายได้ส่วนหนึ่งไว้ชำระหนี้ แต่ถ้าคุณมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องทำคือการพยายามตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยเหล่านี้และแปรสภาพให้เป็นเงินออมให้มากที่สุด เงินออมตัวนี้จะเป็นเงินที่คุณสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดการงอกเงยได้ครับ

3. เรียนรู้วิธีการปลดหนี้ให้ไวที่สุด

ในบางครั้งเมื่อคุณมีหนี้จำนวนมากและอยากปลดหนี้ให้ได้ไว ๆ คุณอาจจำเป็นต้องพึ่งพา “กูรู” ผู้รู้ในเรื่องของการปลดหนี้หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลดหนี้ให้ได้ไว ๆ ครับ เพราะหนี้ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นานนอกจากจะเป็นภาระระยะยาวจนเลยวัยเกษียณ ก็ยังมีความเสียดายอีกประการที่คุณอาจไม่ทันนึกถึงนั้นก็คือดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาครับ

4. เรียนรู้วิธีการเพิ่มรายได้ทุก ๆ ช่องทาง

เมื่อคุณยังพอมีกำลังสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือ “การเรียนรู้ช่องทางเพิ่มรายได้” ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง passive หรือ active income ก็ตาม เพราะสมการที่จะช่วยให้คุณปลดหนี้ได้ไวนอกจากการลดรายจ่ายก็คือ “การเพิ่มรายได้” เข้ากระเป๋าให้มากขึ้นครับ

อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึงวัยเกษียณโดยไม่จัดการเคลียร์หนี้สินของตนเองให้จบเสียก่อน เพราะการนอนกอดกองหนี้เอาไว้ไม่ยอมปล่อยจะทำให้คุณสูญเสียอะไรหลายอย่างไปครับ และสิ่งที่คุณจะเสียแน่ ๆ คือความสุขหลังเกษียณนั่นเอง

<<ตอนที่ 13 // ตอนที่ 15>>