ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐตอนที่ 17: ล้มละลายแม้จะเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงในทางการเงิน แต่กระนั้นก็ยังไม่ใช่สิ่งสุดท้ายในชีวิตของคุณไปเสียทั้งหมด

ใช่ว่าคนทุกคนเกิดมาจะสมบูรณ์แบบโดยไม่มีใครผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย คนที่ไม่เคยมีความผิดพลาดเลยคือคนที่อยู่แต่ในอุดมคติเท่านั้นหรือหากมีคนเช่นนี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่กล่าวอ้างว่าตนเองไม่เคยล้มเหลวหรือมีข้อผิดพลาดก็น่าจะหมายถึงคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลยแม้เพียงครั้งเดียวครับ ดังนั้นความผิดพลาดคือสิ่งที่เราต้องพบเจออย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ทางหนึ่ง บางคนอาจผิดพลาดเรื่องงาน บางตนอาจผิดพลาดในเรื่องการใช้ชีวิตและบางคนก็ผิดพลาดในเรื่องที่ไม่เล็กอย่างเรื่องของการเงินและทำให้ชีวิตต้องเดินทางไปสู่วิกฤติร้ายแรงจนทำให้คุณต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายครับ ความผิดพลาดนี้แม้จะใหญ่หลวงแต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งสุดท้ายในชีวิตของคุณเสียเมื่อไหร่ หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติขั้นสุดท้ายทางการเงินอย่างการล้มละลายแล้วคุณจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร บทความนี้เรามีคำแนะนำที่อยากแบ่งปันมาฝากครับ

ล้มละลายคืออะไร และสถานการณ์อย่างไหนจึงจะทำให้เราล้มละลายได้

การเป็นบุคคลล้มละลายสำหรับบุคคลธรรมดาก็คือเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเกินกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งไม่สามารถหาทรัพย์สินใด ๆมาชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้ได้ บุคคลดังกล่าวจะถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายให้ศาลพิจารณาให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายครับ และเมื่อใดก็ตามที่ศาลมีคำพิพากษาให้คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายคุณก็จะได้สถานภาพของการเป็นบุคคลล้มละลายในทางกฎหมายเป็นระยะเวลา 3 ปีครับ ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดแล้วคุณจึงจะหลุดพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายและสามารถกลับไปใช้ชีวิตในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้ตามปกติครับ

ล้มละลายแล้วคุณต้องสูญเสียอะไรบ้าง

หากคุณคิดว่าไหน ๆก็ไม่มีทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้แล้ว ขอยอมปล่อยให้ถูกฟ้องล้มละลายไปเลยน่าจะดีกว่า เพราะหนี้สินที่มีจะได้กลายเป็น “ศูนย์” หากคุณคิดเพียงง่าย ๆเช่นนี้คุณกำลังคิดผิดครับ เพราะหากลูกหนี้ทุกคนที่ถูกฟ้องล้มละลายแล้วหนี้กลายเป็นศูนย์ก็คงจะไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหนี้สักเท่าใดนัก เมื่อถูกฟ้องล้มละลายและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายและทรัพย์สินของคุณจะถูกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์จะเข้ามาทำการอายัดทรัพย์สินของคุณเพื่อนำไปทำการชำระคืนให้แก่เจ้าหนี้ต่อไปครับ สิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณจะสูญเสียไปในทันทีที่มีคำสั่งอายัดทรัพย์ครับ

–  เงินเดือนที่เกินกว่า 20,000 บาท

– โบนัสไม่เกิน 50%

– เบี้ยขยัน-โอที ไม่เกิน 30%

– บำเหน็จหรือเทียบเท่าไม่เกิน 300,000 บาท

– บัญชีเงินฝากทั้งหมด

– หุ้น, กองทุน, อสังหาริมทรัพย์

– รายได้ที่มาจากการให้เช่าทรัพย์สินหรืออื่น ๆ

หรือพูดง่าย ๆว่าหากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สืบจนรู้ว่าคุณมีทรัพย์สินอยู่ที่ใดบ้าง เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปทำการอายัดทรัพย์สินของคุณทั้งหมดตามที่กฎหมายกำหนดครับ หน้าที่ต่อไปของคุณก็คือต้องทำการส่งมอบบัญชี ทรัพย์สินรวมไปถึงเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปจัดการต่อครับ

ล้มละลายแล้วใช่ว่าจะสูญเสียแต่ทรัพย์สินเท่านั้น เพราะแม้แต่สิทธิบางประการคุณก็ต้องสูญเสียไปด้วย

หากคุณคิดว่ามีเพียงทรัพย์สินเท่านั้นที่คุณต้องสูญเสียเมื่อกลายเป็นบุคคลล้มละลาย คุณกำลังเข้าใจผิดครับ เพราะเมื่อใดที่คุณกลายสภาพเป็นบุคคลล้มละลายคุณก็ยังจะเสียสิทธิบางประการดังต่อไปนี้ครับ

1. หมดสิทธิ์ทำนิติกรรมหรือธุรกรรมการเงินใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคาร รวมไปถึงการทำนิติกรรมใด ๆที่เกี่ยวข้องกับการเงินก็จะถือว่านิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะในทันทีครับ ซึ่งเท่ากับว่าคุณจะกลายเป็นคนไร้ตัวตนในทางการเงินทันที

2. รับสมัครเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้

3. รับราชการไม่ได้หรือหากคุณรับราชการอยู่แล้วก็จะต้องถูกให้ออกจากราชการทันที นอกจากนี้แม้ว่าคุณจะทำงานเอกชนแต่หากทางบริษัทมีนโยบายที่ไม่ให้พนักงานเป็นบุคคลล้มละลายคุณก็ต้องถูกให้ออกจากงานเช่นกัน

4. ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในบริษัทได้

5. ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้เว้นเสียแต่ว่าต้องได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น

ในระหว่าง 3 ปีที่รอให้พ้นจากภาวะของการเป็นบุคคลล้มละลาย คุณก็ยังคงมีหน้าที่ต่อเนื่องไปจนกว่าจะครบกำหนด

นอกจากการเสียทรัพย์สินในครั้งแรกที่ถูกพิพากษากลายเป็นบุคคลล้มละลายหรือสิทธิ์บางประการจากการกลายเป็นบุคคลล้มละลายแล้วนั้น ภายใน 3 ปีนี้คุณยังคงมีหน้าที่ต่อเนื่องที่จะต้องรายงานตัวพร้อมกับยื่นบัญชีรายรับ-จ่ายทุก 6 เดือนต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งในระหว่างนี้หากคุณมีรายได้เข้ามาไม่ว่าจะทางใดก็ตามรายได้นั้นก็จะถูกส่งเข้ากองทรัพย์สินให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์เข้ามาจัดการครับ โดยคุณสามารถขอแบ่งค่าเลี้ยงชีพออกมาได้ตามที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควรครับ และเมื่อครบกำหนด 3 ปีจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้วไม่ว่าหนี้ของคุณจะเหลืออยู่เท่าไรก็ตาม หนี้ทั้งหมดก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที เพื่อให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ครับยกเว้นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับภาษีหรือการทุจริตฉ้อโกงครับ แต่อย่าชะล่าใจเด็ดขาดว่าเมื่อถูกฟ้องล้มละลายและถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้วคุณจะไม่ต้องทำตามที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์กำหนดก็ได้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณไม่แสดงตัวตามที่กำหนดในระยะเวลาการเป็นบุคคลล้มละลายเท่ากับว่าคุณไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด คุณก็อาจถูกศาลมีคำสั่งยืดระยะการกลายเป็นบุคคลล้มละลายจาก 3 ปีเป็น 5 ปีได้ครับ และถ้าคิดว่าก่อนจะโดนฟ้องล้มละลายจะสามารถโยกย้ายทรัพย์สินไปให้บุคคลอื่นก่อนได้ คุณกำลังคิดผิดเพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้คุณต้องโทษเพิ่มขึ้น เพราะคุณกำลังมีเจตนาโกงหนี้ แม้ว่าคุณจะโยกย้ายทรัพย์สินไปแล้วศาลก็สามารถมีคำสั่งให้การโอนย้ายนั้นเป็นโมฆะและนำทรัพย์สินนั้นเข้าสู่การอายัดได้เช่นกัน

ล้มละลายแล้วใช่ว่าทุกอย่างในชีวิตจะเสียไป เพราะคุณยังมีโอกาสลุกขึ้นมาใหม่ได้

แม้ว่าการล้มละลายอาจดูน่ากลัว แต่การล้มละลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนวินัยทางการเงินที่ล้มเหลวของคุณเท่านั้นครับ ไม่ใช่ว่าคุณจะสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปทั้งหมด ในระหว่างที่คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายแม้ว่าคุณจะกลายเป็นคนไร้ตัวตนไปในทางการเงิน แต่ในระหว่างนี้คุณสามารถย้อนกลับไปทบทวนข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในอดีตได้ครับว่าคุณเดินทางมาจนถึงจุดนี้ได้อย่างไร เพื่อเป็นบทเรียนที่จะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอบอีกครั้งเมื่อคุณครบกำหนดการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว เมื่อใดที่คุณพ้นจากภาวะล้มละลายแล้วคุณก็อาจพบว่าสิ่งที่คุณเผชิญนี้ก็เป็นแค่หนึ่งในมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิตและทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นและมีวินัยทางการเงินยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ หากคุณเป็นเช่นนี้ได้การล้มละลายในครั้งนี้ก็ไม่ได้เสียหายเท่าใดนักครับ ในตอนต่อไปจะเป็นตอนสุดท้ายที่เป็นบทสรุปของซีรี่ย์ “ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ”กันแล้วนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนสุดท้ายอันเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่อยากจะแบ่งปันกันสำหรับลูกหนี้ทุกคนครับ

<<ตอนที่ 16 // ตอนที่ 18>>

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here