ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐตอนที่ 18 : บทส่งท้ายกำลังใจแด่ลูกหนี้ทุกท่าน

บทความซีรี่ยส์ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐได้เดินทางมาสู่บทสรุปในตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ จากความตั้งใจของผู้เขียนในครั้งแรกที่ต้องการที่จะแบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ในการบริหารจัดการหนี้ด้วยความมุ่งหวังเพียงอย่างเดียวเลยก็คือต้องการให้ลูกหนี้ทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาในการบริหารจัดการหนี้ของตนเองและไม่รู้ว่าจะจัดการหนี้สินของตนเองได้อย่างไรเพื่อที่ว่าทุกท่านจะได้พอมีแนวทางและเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันบ้างครับ ผู้เขียนจึงได้พยามยามที่จะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้ทุกท่านที่ได้แวะเวียนเข้ามาอ่านไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อท่านได้เข้ามาแล้วผู้เขียนก็คาดหวังว่าท่านจะต้องได้อะไรกลับออกไปบ้างไม่มากก็น้อยครับ และในบางบทความนอกจากที่ผู้เขียนจะได้หาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ผู้เขียนก็ยังได้นำเอาข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่ทางผู้เขียนได้เสาะแสวงหาความรู้ในอดีตและได้ทดลองทำตามมาถ่ายทอดแบ่งปันเป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเองครับ เพราะผู้เขียนเองก็เคยอยู่ในจุดที่ต้องประสบกับความทุกข์ใจมาก่อนจึงเข้าใจความรู้สึกของลูกหนี้ทุกคนว่าพวกท่านรู้สึกอย่างไรครับ

ไม่มีใครอยากเป็นหนี้

คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ผู้เขียนเองเชื่อว่าลูกหนี้ทุกท่านต้องคิดแบบเดียวกันซึ่งก็รวมไปถึงตัวของผู้เขียนเองเช่นกันครับที่เคยรู้สึกว่า “ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเป็นหนี้” เพราะการมีหนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและสบายใจได้ 100 % อย่างแน่นอนแม้ภายนอกใคร ๆ จะมองว่าเราดูจะเป็นคนที่มีความสุขแต่ในใจลึก ๆ นั้นก็ยังคงมีความกังวลแอบแฝงอยู่ว่าเราจะจัดการหนี้สินที่เรามีได้อย่างไร และหนี้ที่เรามีมันจะสร้างปัญหาให้แก่เราในอนาคตไหม ผู้เขียนเชื่อครับว่าลึก ๆ ภายในใจของลูกหนี้ทุกคนย่อมมีความกังวลใจนี้ ซุกซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่งอย่างแน่นอน เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ครับ เราจึงเกิดความไม่มั่นใจว่าหนี้ที่เรามีอยู่จะเป็นอย่างไรในอนาคต จนนำไปสู่คำพูดข้างต้นที่ว่า “ไม่มีใครอยากเป็นหนี้” ครับ

จะเป็นหนี้ให้มีความสุขควรจะวางแผนเตรียมการเพื่อการเป็นหนี้เสียตั้งแต่แรก

สำหรับใครก็ตามที่กำลังวางแผนที่จะสร้างหนี้ไม่ว่าหนี้จะมาจากด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งแรกที่คุณควรจะถามตัวเองก่อนเสมอก็คือหนี้ก้อนนั้นคุณมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการสร้างมันขึ้นมา เพราะคำถามนี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่ายังสมควรจะสร้างหนี้ก้อนนั้นขึ้นมาหรือไม่ นอกจากนี้ยังจะช่วยให้คุณวางแผนได้ว่าคุณจะสามารถบริหารจัดการหนี้ที่กำลังจะสร้างนั้นขึ้นมาอย่างไรจึงจะไม่กระทบสถานะทางการเงินของคุณในอนาคตครับ เพราะหนี้ในระยะสั้นและหนี้ในระยะยาวจะมีวีการจัดการที่ไม่เหมือนกันและมีวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ที่แตกต่างกันครับ การที่เราวางแผนจัดการหนี้ก่อนที่เราจะเริ่มมีหนี้ก็เสมือนกับเราวางแผนที่และมีเข็มทิศชี้นำทางเดินให้กับตัวเราครับ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากที่เราจะมีวีการวางแผนการจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ เมื่อใดที่ภาระหนี้เริ่มก่อปัญหาให้กับเรา เราจะรู้สัญญาณเตือนบางอย่างและสามารถหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายครับ

หากผิดพลาดเรื่องหนี้สินแล้วก็อย่าเพิ่งเสียใจทุกปัญหามีทางออกและไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่  ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาดครับ ความผิดพลาดในเรื่องหนี้สินไม่ได้มีความหมายว่าคุณจะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้เสียเมื่อไหร่และก็ไม่ได้ลดทอนคุณค่าที่แท้จริงของคุณลงไปด้วย ใคร ๆ ก็สามารถผิดพลาดในเรื่องการเงินและเรื่องของหนี้สินได้ทั้งนั้นครับความสำคัญที่แท้จริงจึงอยู่ที่เมื่อคุณเกิดความผิดพลาดไปแล้ว คุณจะแก้ไขและกลับตัวอย่างไรต่างหากครับ ไม่มีคำว่าสายเลยหากคุณคิดจะเริ่มต้นใหม่เพื่อแก้ไขในสิ่งที่คุณได้ทำผิดพลาดไปแล้วครับ เชื่อเถอะครับว่าแม้จะเกิดเหตุในกรณีที่เลวร้ายที่สุดแล้วก็ตาม หากคุณคิดจะเริ่มต้นแก้ไขสิ่งใหม่ ๆ ไม่เคยมีคำว่าสายที่จะเริ่มต้นแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ ๆ ครับ ซึ่งหากคุณสามารถปรับเปลี่ยนตนเองในเรื่องของการเงินได้และเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องของหนี้สินได้ เชื่อเถอะครับว่าท้ายที่สุดแล้วชัยชนะย่อมตกเป็นของคุณในที่สุดครับ แต่สำหรับคนที่ไม่คิดแก้ไขสิ่งใดเลยและยังคงก่อความผิดพลาดในเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนเช่นนี้ต่างหากที่สมควรถูกตำหนิไม่ใช่คนที่เคยผิดพลาดแล้วย้อนกลับมาแก้ไขความผิดพลาดของตนเองครับ

แม้เป็นหนี้ก็ควรจะมีเงินเก็บ

ไม่ว่าคุณจะมีหนี้มากมายเพียงใด “เงินเก็บ” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่คุณต้องมีครับ เพราะเงินเก็บออมเปรียบเสมือนต้นทุนที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้แก่คุณครับ ในขั้นตอนของการบริหารการเงินส่วนตัวของคุณ นอกจากที่คุณจะบริหารจัดการส่วนของเงินที่จะต้องนำมาใช้หนี้ ก็อย่าลืมที่จะแบ่งส่วนการเงินที่เอาไว้เป็นเงินออมเช่นกันครับเพราะเงินออมนี้เองคือหลักประกันอันหนึ่งที่ว่าไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรคุณเองก็ไม่มีวันที่จะประสบปัญหาอย่างแน่นอนครับ และที่สำคัญสำหรับบางคนที่มีความสามารถในการต่อยอดเงินเก็บให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาคนนั้นก็อาจปลดหนี้ของตนเองจากเงินเก็บก้อนนี้ในอนาคตก็ได้ครับ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณหลุดพ้นจากภาระหนี้คือวินัยทางการเงินเท่านั้น

แต่ไม่ว่าคุณจะวางแผนบริหารจัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบอย่างไรแต่ถ้าคุณไม่สามารถทำตามแผนการทางการเงินที่คุณวางแพลนเอาไว้ได้ก็ไม่มีประโยชน์ครับ เพราะสิ่งยั่วยุที่จะมาทำให้จิตใจของคุณหวั่นไหวนั้นมีไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องยึดถือไว้เป็นหลักปฏิบัติเสมอหากคุณมีหนี้และต้องการปลดหนี้ให้ไวหรือไม่อยากให้ภาะหนี้มาสร้างปัญหาให้กับคุณในระยะยาวก็คือ “จงมีวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง” เพราะสิ่งนี้จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้กับตัวคุณเองไปตลอดเส้นทางของการมีหนี้ครับ

ท้ายที่สุดแล้วการมีหนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า “คุณจะมีความสุขไม่ได้”

ถึงบทส่งท้ายนี้ผู้เขียนยังคงยืนยันคำพูดที่ว่า “การมีหนี้ไม่ใช่สาเหตุของความสุขที่หายไป” ครับ แม้คุณจะมีหนี้แต่คุณก็ยังคงมีความสุขในชีวิตได้หากคุณรู้จักการจัดการให้เป็นไปตามแผน คุณยังสามารถทำในสิ่งที่ชอบ เดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ และยังให้รางวัลชีวิตกับตัวเองได้พร้อม ๆ กับ การจัดการหนี้สินของคุณเองครับ เพียงแค่คุณมั่นคงกับแผนการต่าง ๆ ที่วางไว้ เพียงเท่านี้แม้ว่าคุณจะยังคงมีหนี้เป็นภาระที่ต้องจัดการอยู่ แต่คุณก็จะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “แม้ความไม่มีหนี้จะเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ชีวิตฉันก็บรรเจิดได้เพราะฉันจัดการบริหารหนี้และการเงินของตัวเองได้” แล้วพบกันใหม่ในซีรี่ย์ที่น่าสนใจเรื่องต่อไปในโอกาสหน้าครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here