หากในครอบครัวมีผู้สูงอายุ เราจะดูแลพวกท่านอย่างไรให้มีความสุข

ครอบครัวไทยเป็นครอบครัวใหญ่ครับ หลาย ๆบ้านยังคงยึดขนบธรรมเนียมเดิมที่ในครอบครัวจะประกอบไปด้วยคนหลายรุ่นอยู่ร่วมกัน หรืออย่างน้อยในช่วงเทศกาลสำคัญจะต้องเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะต้องอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อมีกิจกรรมร่วมกัน ก่อเกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นของสมาชิกในแต่ละรุ่น สมาชิกในแต่ละรุ่นต่างก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันครับซึ่งแน่นอนว่าย่อมหมายถึงสมาชิกอาวุโสสูงสุดของแต่ละบ้านด้วยเช่นกัน สำหรับบ้านที่มีสมาชิกเป็นผุ้สูงอายุ เราจะมีวิธีการในการดูแลสมาชิกอาวุโสเหล่านี้อย่างไรให้พวกท่านมีความสุข บทความนี้มีคำแนะนำดี ๆมาฝากเช่นเคยครับ

1. ใส่ใจสุขภาพของผู้สูงอายุในบ้านคือสิ่งแรกที่สมาชิกทุกคนต้องนึกถึง

ผู้สูงอายุคือผู้ที่อยู่ในวัยที่ร่างกายเสื่อมถอย ซึ่งอาการแสดงออกสำหรับผู้สูงอายุในแต่ละรายย่อมไม่เหมือนกันครับ บางคนยังแข็งแรงแม้จะมีอายุที่มากแล้ว บางคนเริ่มเคลื่อนไหวไม่สะดวก บางรายเริ่มมีปัญหาด้านความทรงจำ และที่หนักที่สุดก็คือบางรายต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปในที่สุด เพราะความแตกต่างของปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุแต่ละรายนี้เองที่ทำให้ลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวต้องคำนึงถึงและคอยหมั่นสังเกตความผิดปกติของพวกท่านให้ดีครับ หากผู้สูงอายุคนใดยังสามารถสื่อสารได้ก็จะเป็นเรื่องง่ายหน่อยที่พวกท่านจะสามารถบอกความปิดปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่สำหรับผู้ป่วยบางท่านที่เริ่มมีปัญหาความทรงจำ มีปัญหาด้านการสื่อสารหรือเริ่มมีอาการหลงลืมมากขึ้น สมาชิกในบ้านยิ่งต้องเพิ่มความละเอียดในการสังเกตความผิดปกติให้มากยิ่งขึ้นครับ เพราะมีหลายกรณีที่เกิดความผิดปกติขึ้นกับผู้สูงอายุในบ้านแต่ลูกหลานไม่รู้จึงเป็นสาเหตุที่เมื่อรู้ตัวพวกท่านก็มีอาการหนักเสียแล้ว

2. ดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสมกับวัย สภาพร่างกายและความต้องการพื้นฐานของร่างกาย

ในเรื่องของอาหารการกินก็มีส่วนสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุครับ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการสารอาหารที่แตกต่างไปจากคนในวัยหนุ่มสาว โดยอาหารที่ผู้สูงอายุต้องการจะต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ต้องให้พลังงานที่ต่ำครับ เพราะในวัยนี้การเผาผลาญอาหารเป็นไปได้น้อยลง การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเกินไปจะทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะไขมันเกินได้ และมีโอกาสเป็นบ่อเกิดโรคต่าง ๆตามมาได้ครับ นอกจากนี้ความสะอาดของอาหารสำหรับผู้สูงอายุก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะภูมิต้านทานที่ลดลงของผู้สูงอายุก็มีโอกาสทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อทางเดินอาหารได้ง่ายซึ่งจะเป็นอันตรายสำหรับพวกท่านอย่างยิ่งครับ นอกจากนี้ผู้สูงอายุบางรายยังมีภาวะความผิดปกติทางร่างกายเกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารในแบบปกติได้ ซึ่งลูกหลานเองก็ต้องศึกษาวิธีการจัดเตรียมอาหารเฉพาะนั้นให้ดีครับเพื่อไม่ให้พวกท่านต้องประสบกับภาวะขาดสารอาหารเอาได้

3. ดูแลและปรับปรุงสถานที่พักอาศัยของผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพวกท่าน

ในบางครั้งเราอาจจะต้องปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุครับ เพราะผู้สูงอายุในแต่ละรายมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกันเช่นบางรายยังคงเคลื่อนไหวได้แต่มีปัญหาเรื่องสายตา บางรายต้องใช้รถเข็นในการเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ ดังนั้นสภาพแวดล้อมภายในบ้านจึงมีความสำคัญต่อผู้สูงอายุในแต่ละท่านไม่เหมือนกัน เช่นความต้องการแสงสว่าง การจัดวางข้าวของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงความกว้างของประตูทางเข้าบ้าน ประตูหน้าบ้าน การจัดวางตำแหน่งต่าง ๆภายในห้องน้ำและยังรวมไปถึงการทำทางลาดสำหรับให้รถเข็นสามารถเคลื่อนเข้าไปในตัวบ้านได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อผู้สูงอายุที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1” เสมอ

4. อุบัติเหตุคือเรื่องใหญ่ที่หนักหนาสำหรับผู้สูงอายุ

               แม้ผู้สูงอายุหลายรายจะสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีจนดูเหมือนกับว่าบางรายจะแข็งแรงกว่าเพื่อน ๆในวัยเดียวกัน แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงอายุครับ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจเปลี่ยนสถานะของผู้สูงอายุจากที่เป็นคนแข็งแรงให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้ครับ สิ่งที่ลูกหลานต้องไม่ลืมก็คือความเสื่อมถอยที่เกิดขึ้นในร่างกายของผู้สูงอายุมักจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้ครับ เช่นสายตาที่ฟ้าฟางลงในความมืด หรือปฏิกิริยาการทรงตัวที่ไม่เท่าคนในวัยหนุ่มสาว และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลูกหลานมักคาดไม่ถึงคือผู้สูงอายุหลายรายมักมีภาวะกระดูกพรุนแฝงอยู่โดยไม่แสดงอาการให้เห็นครับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนนำไปสู่การหกล้มจึงเป็นสาเหตุของภาวะกระดูกหักที่มาบั่นทอนคุรภาพชีวิตของผุ้สูงอายุหลาย ๆท่านลงไปครับ ดังนั้นแม้ผู้สูงอายุจะดูแข็งแรงเพียงใด ก็อย่าละเลยความปลอดภัยในเรื่องนี้เด็ดขาดครับ

5. ดูแลสุขภาพกายแล้วก็อย่าละเลยสุขภาพใจด้วย

               ความสุขอีกอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุก็คือความรู้สึกที่ว่าตนเองยังเป็นที่ต้องการของลูกหลานอยู่ ดังนั้นการแวดล้อมไปด้วยลูกหลานที่มีความรักและความห่วงใยจะทำให้ผู้สูงอายุได้รับความสุขทางใจเพิ่มขึ้นครับ ดังนั้นแม้คุณจะเลี้ยงดูให้ท่านได้รับความสุขความสบายทางกายก็อย่าได้ลืมที่จะดูแลความสุขทางใจให้แก่ท่านด้วย อย่าให้ท่านต้องรู้สึกว่าท่านต้องโดดเดี่ยวหรือไม่เป็นที่ต้องการของคนในครอบครัว พยายามให้ท่านมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของครอบครัวและแวะเวียนเข้าไปใกล้ชิดท่านด้วยความรักและความอบอุ่น เพียงเท่านี้ก็เปรียบประดุจดั่งยาอายุวัฒนะที่จะชโลมใจให้ท่านมีความสุขและมีอายุที่ยืนยาวต่อไปได้อีกหลายปีครับ

ผู้สูงอายุยังต้องการการดูแลและเอาใจใส่จากลูกหลานมากกว่าที่คุณคิดครับ ซึ่งข้อดีของสังคมไทยอย่างหนึ่งก็คือการเป็นครอบครัวใหญ่ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมกับครอบครัวมากกว่าครอบครัวทางตะวันตกครับ ซึ่งทำให้ลูกหลานได้มีโอกาสที่จะดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ได้มากกว่าชาติตะวันตก ลองทำตามคำแนะนำทั้ง 5 ข้อข้างต้นดูครับในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือแนวทางที่จะทำให้พวกท่านมีความสุขและอยู่กับเราไปได้นาน ๆครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here