รู้ไหมใครเก๋า: พนักงานวัยเก๋ามีดีอะไร คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองของตลาดแรงงาน

0
95

เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่เดือนต่อจากนี้ สังคมไทยกำลังนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Complete Aged Society) เมื่อเปิดศักราชใหม่ในปี 2564  จำนวนประชากร 20% ของประเทศจะมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 60 ปี โครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย เป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญ นำมาซึ่งความท้าทายหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการจ้างงาน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในวัยแรงงานที่ลดลง อาจส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และกระทบไปถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม ทำให้ภาคธุรกิจหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับธุรกิจ เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน มาดูกันว่า สิ่งที่องค์กรจะได้จากการจ้างพนักงานวัยเกษียณมีอะไร ทำไมแรงงานวัยเก๋าจึงเป็นที่ต้องการของธุรกิจ

  1. มีทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำงาน

ในส่วนนี้ต้องพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้สูงวัยแต่ละท่าน บางท่านมีความรู้สูง มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือตำแหน่งงานล่าสุดอยู่ในระดับผู้บริหาร อาจเลือกให้เป็นที่ปรึกษาให้กับแรงงานรุ่นใหม่ที่ขาดประสบการณ์ สำหรับกลุ่มธุรกิจ Startup ที่เพิ่งต้นเริ่มกิจการ สามารถให้คนรุ่นใหญ่วัยเก๋าเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญแก้ไขปัญหาเฉพาะด้านให้กับธุรกิจได้ ส่วนองค์กรไหนอยากจะจ้างพนักงานวัยเกษียณมาเป็นวิทยากร เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานก็ดีไม่น้อย ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ แต่มีทักษะประสบการณ์การทำงานสูง ก็ต้องพิจารณาตำแหน่งงานให้เหมาะสมกับความสามารถ ยกตัวอย่างในธุรกิจค้าปลีกบางแห่ง ก็มีโครงการรับสมัครพนักงานสูงวัย เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปสามารถเข้าทำงานได้ เพราะศักยภาพของพนักงานที่มีประสบการณ์ นอกจากจะช่วยให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานลดน้อยลงแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้เช่นกัน 

  1. เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความอดทนในการทำงานสูง

พนักงานสูงวัยที่ผ่านการทำงานมาทั้งชีวิต หลายท่านแทบจะไม่เปลี่ยนงานเลย บางท่านทำงานที่เดียวมาตลอดจนเกษียณอายุ วัยเก๋าที่มีอายุมากกว่า 60 ปีในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนกลุ่ม Gen B หรือ Baby Boomer  เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงานหนัก มีความอดทนสูง สู้งาน คนวัยนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกความมั่นคง ไม่เปลี่ยนงานบ่อย อัตราการลาออกต่ำกว่าวัยอื่นๆ จึงมีความคุ้มค่าในการเทรนนิ่งอย่างมาก ต่างจากพนักงานอายุน้อยที่พอทำงานไปสักพักแล้วเจอทางเลือกใหม่ๆ ก็อาจจะทิ้งงานที่กำลังทำอยู่ทันที ซึ่งประสบการณ์ ความสุขุม ใส่ใจการทำงาน และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันของคนวัยเก๋า สามารถแก้ปัญหาและจัดการกับเรื่องยากๆ ได้โดยที่ไม่ถอดใจง่าย การร่วมมือกันระหว่างพนักงานวัยเกษียณบวกกับพนักงานรุ่นน้องไฟแรง ที่ต่างมุมมอง ต่างความสามารถ และต่างมีข้อดีกันคนละแบบจะช่วยสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งได้

  1. มีจรรยาบรรณที่ดีในการทำงาน

คนกลุ่ม Gen B หรือ Baby Boomer  เป็นกลุ่มคนทำงานผู้มากด้วยประสบการณ์ ส่วนใหญ่คนวัยนี้จะมีความจริงจังในการทำงาน มีความมุ่งมั่น ทุ่มเททำงานหนัก มีความจงรักภักดีต่อองค์กร หลายท่านทำงานตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตวัยทำงานและไม่เปลี่ยนงานเลย หรือทำงานมาตั้งแต่องค์กรเพิ่งก่อร่างสร้างตัว เรียกว่าเติบโตมาพร้อมกัน อยู่กันมานานจนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับองค์กร แต่ก็ไม่เคยเปิดเผยความลับหรือข้อมูลที่อาจส่งผลเสียต่อองค์กร บางเรื่องที่เห็นว่าผิดกฏระเบียบของบริษัทก็จะไม่ปฏิบัติ ไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทาง เข้างาน ออกงานตรงตามเวลา เพราะคนวัยนี้ค่อนข้างเคร่งครัดกับเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งการมีจรรยาบรรณเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนทำงาน เป็นสิ่งสำคัญต่อวัฒนธรรมในการทำงาน และเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งขององค์กร

  1. เป้าหมายของการทำงานไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องรายได้เท่านั้น

ผู้สูงวัยที่ยังคงทำงานอยู่ในตอนนี้ หลายท่านไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่เป็นเพราะความชอบ หรือบางท่านอยากหางานทำแก้เบื่อ ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ คิดถึงบรรยากาศการทำงาน ผู้สูงวัยที่สุขภาพแข็งแรงดีอยู่ มีความต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เจอสังคมใหม่ๆ ก็เลือกที่จะกลับมาทำงานอีกครั้ง จะเห็นว่าบางธุรกิจรับผู้สูงอายุทำงานพาร์ทไทม์ในตำแหน่งที่หลากหลาย เช่น พนักงานบริการลูกค้า พนักงานจัดเรียงสินค้า แม้ก่อนหน้าที่จะเกษียณ หลายท่านมีอัตราเงินเดือนสูงก็ตาม รายได้จึงอาจไม่ใช่ประเด็นหลักเสมอไป เพราะผู้สูงวัยไม่ต้องการงานที่ต้องเข้าเต็มเวลา หรืองานที่ต้องรับผิดชอบสูง ขอเพียงค่าตอบแทนพอกับค่าใช้จ่ายประจำวัน หรือสำหรับเก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็น ถ้าจะบอกว่าการจ้างแรงงานสูงวัย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำงานไม่คุ้มเงิน บางทีอาจจะต้องคิดใหม่

การเข้าสู่สังคมสูงวัย เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน การจ้างงานผู้สูงวัยช่วยให้เกิดความหลากหลายของแรงงาน และยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มองเห็นคุณค่าในตัวเอง นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุได้มีเงินเก็บออมไว้ใช้ ยังสามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัว และเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้สังคมผู้สูงอายุอีกด้วย อย่างไรก็ตามยังมีในเรื่องของสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ ที่ต้องมาดูกันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการต่อไปอย่างไรในอนาคต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here