9 ความลับของตา ที่น่าสนใจแต่คุณไม่เคยรู้ว่าดวงตาของเราเป็นแบบนี้ด้วยหรือ?

Processed with VSCO with c1 preset

มีคำกล่าวที่ว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” นั่นก็เพราะไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรในขณะนั้น ความนึกคิดต่าง ๆก็จะสะท้อนออกมาผ่านแววตาของเราครับ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปั้นสีหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกอย่างแต่สุดท้ายสิ่งที่คุณไม่อาจกลบเกลื่อนมันได้เลยก็คือ “แววตาที่คุณแสดงออกอยู่ ณ ขณะนั้น” ครับ แต่นอกจากการเป็นหน้าต่างสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของจิตใจ ดวงตาคู่นี้ของเราก็ยังซ่อนความลับที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ความลับอะไรบ้างที่ดวงตาคู่นี้ซุกซ่อนอยู่เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้ครับ

1. ตาของเราสามารถเปลี่ยนสีได้

ในสภาวะแวดล้อมบางอย่างสามารถทำให้สีตาของเราเปลี่ยนสีได้ครับ แต่นั่นไม่ได้เกิดขึ้นกับดวงตาทุกคู่ในโลกนี้นะ เพราะปัจจัยที่ทำให้สีตาของเราเปลี่ยนสีได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องของแสงตกกระทบที่ทำให้เรามองเห็นสีตาของเราเปลี่ยนไปจากสีเดิม และความพิเศษนี้จะเกิดเฉพาะกับสีตาที่อยู่ในโทนสีอ่อนอย่างสีฟ้าและสีเขียวเท่านั้น สำหรับดวงตาสีเข้มอย่างดำสนิทหรือสีน้ำตาลนั้นหมดสิทธิ์ครับ

2. ตาของเรามีเซลล์มากถึง 107 ล้านเซลล์ต่อข้าง

ใครจะเชื่อว่าดวงตาดวงน้อย ๆที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1 นิ้วและหนักแค่เพียง 0.25 ออนซ์นี้จะประกอบไปด้วยเซลล์มากถึง 107 ล้านเซลล์ในแต่ละข้างครับ โดยมีเซลล์เพียงแค่ 7 ล้านเซลล์เท่านั้นที่มีความไวต่อแสงซึ่งจะทำให้เราเห็นรายละเอียดต่าง ๆ และสีสันครับ ส่วนเซลล์ที่เหลือทำหน้าที่ในการแยกความแตกต่างระหว่างสีขาวกับสีดำ

3. จริง ๆแล้วสายตาของเรารับภาพแบบหัวกลับ

เลนส์ตาของเราทำหน้าที่เหมือนกับเลนส์ของกล้องถ่ายรูปครับ นั่นคือการรับภาพจะเป็นแบบภาพหัวกลับจากบนลงล่างและกลับภาพจากซ้ายเป็นขวา ซึ่งภาพที่สายตารับได้นี้จะถูกกลับภาพให้เป็นมุมมองปกติที่เราเห็นที่สมองอีกครั้งหนึ่งครับ ดังนั้นหากพูดให้เข้าใจก็คือดวงตาคู่นี้ของเรามีหน้าที่ในการรับภาพจากการสะท้อนของแสงเท่านั้น แต่การมองเห็นหรือรับรู้ว่าเป็นภาพอะไรนั้นเกิดจากแปรผลจากสมองเท่านั้น นอกจากนี้ไม่ว่านักประดิษฐ์จะพยายามประดิษฐ์กล้องที่โฟกัสภาพได้รวดเร็วเพียงใดก็ไม่อาจสู้การโฟกัสของเลนส์ตาได้เลย

4. เรากระพริบตาโดยเฉลี่ยมากถึง 5.2 ล้านครั้งต่อปี

ความจริงอันน่าทึ่งอีกเรื่องหนึ่งของดวงตาคือการกระพริบตาครับ เพราะในแต่ละปีเราจะกระพริบตากันเฉลี่ยถึง 5.2 ล้านครั้งต่อปีโดยประมาณหรือ 17 ครั้งต่อนาทีและ14,280 ครั้งต่อวัน

5. มีคนสูงอายุถึงกว่าร้อยละ 99 ที่ต้องพึ่งพาแว่นตาในการอ่านหนังสือ

แม้จะไม่มีใครอยากให้เกิดแต่ก็ไม่มีใครหนีความจริงที่ว่าเมื่อเราอายุมากขึ้นทุกส่วนของเราล้วนต้องเสื่อมถอยไปธรรมดาและดวงตาคู่นี้ก็หนีควาจริงข้อนี้ไปไม่พ้นครับ มีการประมาณกันเอาไว้ว่าปัญหาของสายตาจะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในช่วงอายุ 43-50 ปีซึ่งในปัจจุบันช่วงอายุดังกล่าวน่าจะลดลงมาแล้วเพราะวิถีชีวิตในปัจจุบันที่ทำให้การใช้สายตาเปลี่ยนไปจากเดิมครับ นอกจากนี้ผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 99 ก็จำเป็นต้องพึ่งพาแว่นตาในการอ่านหนังสือเพราะความเสื่อมถอยที่เกิดขึ้นนี้เอง

6. ไม่ว่าจะอยากเป็นหรือไม่แต่ทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นต้อกระจกเมื่ออายุมากขึ้น

ผลสืบเนื่องจากความเสื่อมถอยของดวงตาเมื่ออายุมากขึ้นทำให้ทุกคนล้วนแต่มีโอกาสเป็นต้อกระจกได้ครับซึ่งโดยเฉลี่ยของการเป็นต้อกระจกจะเกิดขึ้นเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป

7. ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีการฟื้นฟูตัวเองได้รวดเร็วมากที่สุดอวัยวะหนึ่งในร่างกาย

หนึ่งในความสามารถพิเศษที่น่าทึ่งของดวงตาก็คือความสามารถในการรักษาและฟื้นฟูตัวเองของดวงตาครับ โดยดวงตาเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีอัตราการฟื้นตัวที่รวดเร็วมาก โดยหากเกิดรอยขีดข่วนที่กระจกตา ดวงตาจะใช้เวลาในการซ่อมแซมตัวเองเพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น

8. น้ำตามีคุณประโยชน์มากกว่าเพียงแค่สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเศร้า

น้ำตาไม่ใช่แค่เพียงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ในโหมดความเศร้าเท่านั้นครับ แต่หากยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆอีกด้วย ในน้ำตาจะมีฤทธิ์ที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่อาจมาเกาะที่บริเวณของดวงตา และช่วยขจัดฝุ่นละอองรวมถึงช่วยไม่ให้ดวงตาแห้งเกินไป กระบวนการนี้ต้องอาศัยการกระพริบตามาเป็นตัวช่วยครับ เพราะเมื่อเรากระพริบตากระจะสามารถกระจายน้ำตาไปทั่ว ๆ บริเวณนัยน์ตาของเราได้ ดังนั้นหากอยู่ดี ๆ เรามีน้ำตาไหลออกมาก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะอาจหมายถึงว่าดวงตาของเราขณะนั้นกำลังแห้งมากไปจนร่างกายต้องผลิตน้ำตาออกมาเพิ่มครับ

9. เราอาจมีวิธีการปลูกถ่ายอวัยวะอื่น ๆเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ แต่นั่นไม่ใช่กับอวัยวะที่ชื่อว่า “ดวงตา”

ความลับข้อสุดท้ายนี้อยู่ที่ความซับซ้อนของลูกตาเองครับ ซึ่งในทางำการแพทย์นั้นเราสามารถปลูกถ่ายอวัยวะหลายอย่างเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยรวมถึงให้การทำงานของร่างกายของผู้ป่วยใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ดวงตาของเราครับ เพราะดวงตาของเราเป็นอวัยวะหนึ่งที่ไม่สามารถปลูกถ่ายดวงตาทั้งดวงไปยังผู้ที่ต้องการได้เลย นั่นก็เพราะเส้นประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างดวงตากับสมองนั้นมีความสลับซับซ้อนและมากเกินกว่าที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะทำได้ ซึ่งก็ต้องรอให้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากกว่านี้หรือต้องอาจส่งต่อเรื่องนี้ไปให้แก่คนในอนาคตเป็นผู้ศึกษาค้นคว้าครับ

เพราะความลับที่มากมายของดวงตานี้เองจึงทำให้ดวงตาไม่ได้เป็นเพียงหน้าต่างของหัวใจอีกต่อไป แต่ดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่เราต้องทะนุถนอมเอาไว้ให้มาก ๆเพื่อที่จะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ ครับ ในบทความตอนต่อไปเราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคของดวงตาที่น่าสนใจเพื่อให้คุณเตรียมพร้อมและป้องกันไม่ให้เกิดควาผิดปกติกับดวงตาคู่งามคู่นี้ของคุณครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here