7 โรคตาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ: รู้ไว้ก่อนช่วยป้องกันโรคภัยก่อนที่จะสายเกินไป

เมื่ออายุมากขึ้นก็เป็นธรรมดาครับที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเราย่อมเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ภาวะความเสื่อมถอยนี้จึงเป็นเรื่องปกติที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย ความเสื่อมถอยบางเรื่องเราสามารถชะลอให้ช้าลงได้แต่อีกหลายเรื่องเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเสี่อมถอยนี้ครับ ดวงตาก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะท่าเราสามารถพบความเสื่อมถอยตามอายุได้เช่นกัน การเสื่อมถอยของดวงตาสร้างปัญหาในแง่ของคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อยครับ  ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับโรคของตาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุซึ่งจะมีโรคอะไรบ้างเราจะไปเรียนรู้กันครับเพื่อเป็นการป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ความเสื่อมถอยเหล่านี้จะมาสร้างปัญหาให้กับคุณ

1. ต้อกระจก

โรคต้อกระจกเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเลนส์ตาของเราครับ ความเสื่อมถอยนี้เกิดจากการใช้งานมาอย่างยาสวนานของเลนส์ตาในการทำหน้าที่รับแสงที่ผ่านเข้ามายังเลนส์ตาครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะเกิดสีขุ่น ๆ ขึ้นที่เลนส์ตาและมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีเหลืองออกชาจนกระทั่งเป็นสีขาวขุ่น ๆ ในที่สุด ผลกระทบจากโรคต้อกระจกก็คือความขุ่นมัวที่เกิดขึ้นนี้จะบดบังการมองเห็นของผู้สูงอายุทำให้มองเห็นภาพเป็นหมอกหรือควันบาง ๆ ทำให้การโฟกัสภาพไม่ดีดังเดิม ซ่างหากต้อกระจกนี้มีการดำเนินโรคมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะบดบังการมองเห็นทั้งหมดและทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียการมองเห็นในที่สุด

2. ต้อหิน

ต้อหินพบได้น้อยกว่าต้อกระจกแต่กระนั้นกลับมีความรุนแรงมากกกว่าต้อกระจกากครับ ผู้ที่เป็นต้อหินมีโอกาสที่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร โรคนี้เกิดจากความดันในลูกตาที่สูงขึ้นมากกว่าปกติซึ่งความดันที่เพิ่มขึ้นนี้จะไปทำลายประสาทตาต้นเหตุของการสูญเสียการมองเห็นครับ ต้อหินในระยะแรกมักไม่แสดงอาการออกมาเลยจนกระทั่งผู้ป่วยเริ่มสูญเสียลานสายตาซึ่งการมองเห็นจะค่อย ๆ แคบลงเข้ามาเรื่อย ๆ จากด้านข้างเข้ามาสู่ตรงกลางคนับจนสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร แม้ต้อหินจะมักไม่ค่อยแสดงอาการแต่ก็มีต้อหินบางประเภทที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดมากหรือทำให้มีอาการตาแดงได้ครับ

3. จอประสาทตาเสื่อม

โรคนี้เกิดจากจุดรับภาพท่าอยู่ตรงกลางของจอตาเสื่อมจึงส่งผลให้การมองเห็นบริเวณส่วนกลางของภาพมัวลงแต่บริเวณรอบข้างการมองเห็นยังเป็นปกติอยู่ ซึ่งในระยะแรกของโรคนี้แทบจะไม่แสดงอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้นมาเลยครับ แต่เมื่อจอประสาทตาเริ่มเสื่อมมากขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มเห็นภาพมัวลงไปจากเดิม อาจเห็นภาพบิดเบี้ยวได้ อาการสำคัญที่ทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะของจอประสาทตาเสื่อมก็คือจะเห็นจุดสีดำอยู่ตรงกลางภาพและทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นที่ตรงบริเวณกลางภาพนี้ครับ ความผิดปกตินี้มักจะเกิดขึ้นเฉพาะเรื่องของการมองเห็นเท่านั้นโดยไม่มีอาการของความเจ็บปวดร่วมด้วยเลย

4. ตาแห้ง

ภาวะตาแห้งเป็นภาวะหนึ่งของความเสื่อมที่เราพบได้บ่อยในผู้สูงอายุครับ ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะตาแห้งนั่นมีหลายปัจจัยซึ่งส่งผลให้น้ำหล่อเลี้ยงตาที่ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตาถูกผลิตออกมาไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดการระคายเคืองที่บริเวณดวงตาและแสบตาได้ ภาวะตาแห้งหากปล่อยเอาไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขก็มีโอกาสที่เปลือกตาจะดึงรั้งขนตาลงมาทิ่มตาจนทำให้กระจกตาเป็นแผลได้ ผู้ที่มีภาวะตาแห้งจะรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตาตลอดเวลา บางรายจะมีอาการน้ำตาไหลเพราะร่างกายพยามยามสร้างน้ำตาลขึ้นมาเพื่อลดการระคายเคืองนี้ ซึ่งไม่ได้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ดวงตาแต่อย่างใดจึ้งต้องอาศัยการรักษาจากจักษุแพทย์เท่านั้น

5. เบาหวานขึ้นจอตา

โรคนี้ถูกเรียกว่า “ภาวะเบาหวานขึ้นตา” ครับ ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของตนให้อยู่ในระดับปกติเป็นระยะเวลานาน ซึ่งระดับน้ำตาลนี้จะไปทำลายเส้นเลือดฝอยทั่วร่างกายซึ่งรวมไปถึงเส้นเลือดฝอยที่จอตาด้วย ซึ่งจะทำให้มีจุดเลือดออกที่บริเวณจอตาและทำให้ผู้ป่วยเริ่มรู้สึกว่าสายตาและการรับภาพของตนเองมัวลงหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการแก้ไขก็จะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุด ภาวะนี้ไม่มีทางรักษามีเพียงการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงจะชะลอความรุนแรงของโรคได้ครับ

6. ต้อลม

ต้อลมมีสาเหตุมาจากความสื่อมถอยของเยื่อบุตาขาว ทำให้เกิดก้อนเนื้อขนาดเล็กนูนสีขาวหรือเหลืองขึ้นที่บริเวณเยื่อบุตาขาวและมักเกิดที่บริเวณหัวตามากกว่าบริเวณหางตาครับ ซึ่งหากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก้อนเนื้อที่ว่านี้ก็จะลุกลามกลายเป็นแผ่นเนื้อเข้าบดบังตาดำ ซึ่งเราจะเรียกแผ่นเนื้อนี้ว่า “ต้อเนื้อ” นั่นเอง โรคนี้มักไม่มีอาการแสดงแต่เมื่อตัวต้อลมเกิดการอักเสบจะทำให้มีการเคืองตาและคันตา ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาหยอดตาร่วมกับสวมใส่แว่นตาเพื่อป้องกันไม่ให้โดนลมครับ

7. ภาวะสายตายาว

เกิดจากเลนส์แก้วตาที่เริ่มเสื่อมถอยทำให้เลนส์ตาแข็งขึ้นทำให้การโฟกัสเลนส์ตาลดลงผลที่ตามมาคือการเพ่งวัตถุที่อายุใกล้ ๆ จะทำได้ยากกว่าวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ส่งผลให้การรับภาพที่อยู่ใกล้ตัวจะไม่ชัดเจน บางรายอาจมีอาการปวดตาร่วมด้วย การแก้ไขปัญหาสายตายาวสามารถใช้ได้ตั้งแต่การใส่แว่นสายตาไปจนถึงการทำเลสิคครับ แต่การทำเลสิคจะต้องได้รับการตรวจประเมินจากจักษาแพทย์เสียก่อน

ความผิดปกติทั่ง 7 ข้อข้างต้นนี้คือสิ่งที่พบได้บ่อยเมื่อเรามีอายุมากขึ้นครับ โรคบางอย่างอาจสร้างความรำคาญให้แก่เราเท่านั้นแต่บางโรคก็ส่งผลเสียถึงขึ้นสูญเสียการมองเห็น ดังนั้นเพื่อไม่ให้คุณต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวนี้ การดูแลสุขภาพสายตาให้ดีจึงจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติเหล่านี้ขึ้นมาได้ครับ

1 ความคิดเห็น

  1. […] รังสียูวีในแสงแดดเป็นต้นเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาหลายโรคครับไม่ว่าจะเป็นต้อกระจกหรือจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของคุณได้ไม่แพ้ผิวหนังเลย ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับแสดงแดดจัด ๆหรือมีกิจกรรมที่ต้องอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดด คุณไม่ควรปล่อยให้ดวงตาของคุณสัมผัสถูกกับแสงแดดโดยตรง การสวมแว่นกันแดดที่ช่วยกรองรังสียูวีได้จึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยปกป้องดวงตาของคุณจากรังสียูวีเหล่านี้ นอกจากนี้สำหรับใครบางคนที่ต้องสวมใส่แว่นสายตาอยู่เป็นประจำ ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีเกี่ยวกับเลนส์แว่นที่สามารถปกป้องสายตาของคุณจากรังสียูวีได้ทันทีที่ต้องออกกลางแจ้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนไปสวมใส่แว่นกันแดดครับ […]

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here