การเปลี่ยนแปลงของร่างกายแต่ละช่วงวัย จะรับมือกับความชราอย่างไร เมื่อวันนั้นใกล้มาถึง!

0
109

เมื่อพูดถึง “ความชรา” หลายคนมักจะกังวล โดยเฉพาะเรื่องของสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ไม่แข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวัน ใช่ว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันจะประสบกับปัญหาสุขภาพเหมือนกัน ทำไมบางคนดูอ่อนกว่าวัย? อายุเยอะแล้วยังแข็งแรงอยู่ ในขณะที่บางคนมีสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมเร็วกว่าอายุจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของแต่ละคน หากเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ พอถึงวันที่แก่ตัวไปจะได้ไม่ลำบาก สุขภาพแข็งแรงตามวัย มาดูกันว่า ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เมื่ออายุมากขึ้น

อายุ 30 ผมเริ่มบาง อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง

เมื่ออายุเริ่มเข้าสู่เลข 3 รูปลักษณ์ภายนอกเริ่มแปลี่ยนแปลงไป บางคนความเสื่อมเกิดขึ้นเร็ว บางคนก็เกิดขึ้นช้าหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าดูแลร่างกายดีแค่ไหน รวมถึงปัจจัยภายในที่ต่างกันไปของแต่ละคน ที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ ผมร่วงง่าย เส้นผมบางลงจนเห็นได้ชัดทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แน่นอนว่าสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก การทำงานของระบบเผาผลาญที่ลดลง ส่งผลให้อ้วนได้ง่ายมาก แม้จะรับประทานอาหารเท่าเดิม ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ การสะสมของแคลเซียมในกระดูกเริ่มลดลง ส่งผลให้มวลกระดูกเริ่มบางลง ใครที่ดูแลร่างกายไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อ “ภาวะกระดูกพรุน”

อายุ 40 ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง 

ช่วงวัยที่ย่างเข้าสู่วัยกลางคน มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ปี คนส่วนใหญ่เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา จอประสาทตา เลนส์ตาจะเสื่อมลง และประสิทธิภาพในด้านการฟังที่ลดลง ผิวหนังเริ่มมีความบางลงทำให้เกิดริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น บางคนมีภาวะขี้หลงขี้ลืม เป็นช่วงอายุที่ร่างกายเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ รวมถึงความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง บางคนมีอาการปวดเมื่อยตามไขข้อต่างๆ ในเพศหญิงจะมีอัตราลดลงเร็วขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

อายุ 50 มวลกล้ามเนื้อลดลง ย่อยอาหารช้าลง

อัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ กล้ามเนื้อจะหายอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หากละเลยการดูแลตัวเองในช่วงวัยนี้ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุก็จะทำให้มีปัญหาสุขภาพจากมวลกล้ามเนื้อลดลงได้ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลมวลกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง สามารถช่วยชะลอและป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ ในช่วงอายุ 50 ประสิทธิภาพการทำงานของระบบทางเดินอาหารถดถอยลง ส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยได้ลดลง ควรเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย หลังจากอายุ 50 ปี ไตจะเริ่มเสื่อมลงทีละน้อย ควรใส่ใจเรื่องอาหาร งดปรุงแต่งรสโดยไม่จำเป็น ควบคุมน้ำหนักตัว และความดันโลหิตไม่ให้เกินมาตรฐาน

อายุ 60 ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง

วัยกลางคนตอนปลาย หลายคนเริ่มเกษียณอายุ หลายคนยังคงสนุกกับการทำงานอยู่ แต่ที่แน่ๆ คือ หลังอายุ 60 การได้ยินจะค่อยๆ ลดลงทุกปี เนื่องจากประสาทรับเสียงในหูชั้นในจะค่อยๆ เสื่อมลง ทำให้ความสามารถในการรับฟังเสียงลดลง มักมีอาการหูอื้อหรือหูตึง หลายท่านประสบปัญหาในการสื่อสารกับผู้อื่น ควรตรวจการได้ยินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจตามมา นอกจากนี้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง การรับกลิ่นรสเปลี่ยนไป ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด เลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย หลังอายุ 65 เริ่มมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมตามวัย

อายุ 70 ร่างกายเสื่อมถอย ประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ลดลง

ก้าวเข้าสู่วัยชรา สมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุจะเสื่อมลงตามวัย ยิ่งอายุมากมวลกล้ามเนื้อและมวลกระดูกจะลดลง แต่ไขมันในร่างกายกลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุอ่อนแอ เคลื่อนไหวไม่สะดวก ประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดลง มีโอกาสเจ็บป่วยมากขึ้น สานตาพร่ามัว มีอาการหูตึงมากขึ้น การดมดลิ่นไม่ดีเหมือนเดิม การเสื่อมของเซลล์และกล้ามเนื้อหูรูดต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาระบบขับถ่าย ประสาทสัมผัสทำงานได้ช้าลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต บางท่านเริ่มพบความผิดปกติที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง

เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายและจิตใจย่อมเสื่อมถอยตามเวลา ไม่ว่าวัยไหนถ้าเริ่มดูแลตัวเองก็สามารถมีสุขภาพดีในระยะยาวได้ เป็นผู้สูงวัยไม่ได้หมายความว่าต้องเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เสมอไป หากรู้ทันความเสื่อมของร่างกายในแต่ละช่วงวัย ช่วยให้รับมือได้อย่างเหมาะสม อยากใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงบั้นปลาย ก็สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง ลองฝึกวินัยในการใช้ชีวิต ดูแลเอาใจใส่สุขภาพกายและใจสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here