มนุษย์เงินเดือนจะเตรียมพร้อมรับมืออย่างไรในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังภาวะวิกฤติโควิด-19

นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วครับที่ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19เป็นวิกฤติที่มีผลกระทบต่อประชาชนในทุกภาคส่วน แม้ว่าในส่วนของการสาธารณสุขจะคลี่คลายลงไปมากจากการที่ไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือนมาแล้วจนรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆได้แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจนั้นวิกฤติโควิด-19ได้สร้างความเสียหายเอาไว้อย่างใหญ่หลวงเพราะแม้ภาครัฐจะผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆลงรวมไปถึงออกแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่าง ๆให้ภาคเศรษฐกิจสามารถกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้งก็ตาม ทว่าก็ยังมีอีกหลายภาคส่วนครับที่ยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ซึ่งก็รวมไปถึงเหล่ามนุษย์เงินเดือนด้วยเช่นกัน ในบทความนี้เราจะมาดูกันครับว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้น เราจะมีวิธีการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจหลังการระบาดของวิกฤติโควิด-19นี้ได้อย่างไร

1.แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการแต่คุณก็จำเป็นต้องติดตามข่าวเศรษฐกิจเอาไว้บ้าง

มนุษย์เงินเดือนหลายคนมักไม่ค่อยสนใจที่จะติดตามข่าวคราวหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงเศรษฐกิจ เพราะพวกเขามักจะคิดว่าข่าวประเภทนี้เป็นเรื่องของนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการเท่านั้นที่จะต้องติดตามโดยลืมไปว่าเรื่องของเศรฐกิจและปากท้องเป็นเรื่องของทุก ๆคนครับ การติดตามข่าวเศรษฐกิจแม้เพียงภาพรวมก็สามารถทำให้คุณประเมินแนวโน้มความน่าจะเป็นเพื่อวางแผนการเงินของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งย่อมจะดีกว่าผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นแม้คุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนในระดับปฏิบัติการที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดแผนงานหรือนโยบายของบริษัทก็ยังคงมีความจำเป็นต้องติดตามข่าวเศรษฐกิจเช่นกัน

2.จัดการควบคุมรายจ่ายให้มีประสิทธิภาพ สิ่งใดไม่จำเป็นในตอนนี้ก็ควรตัดมันออกไปเสียก่อน

ข้อดีประการหนึ่งของการเป็นมนุษย์เงินเดือนก็คือ “คุณมีรายได้ประจำที่แน่นอนและสามารถคาดเดาได้” แต่ทว่าข้อเสียก็คือคุณไม่ค่อยจะรับรู้รายจ่ายของตนเองล่วงหน้าครับ หากคุณไม่มีการวางแผนและบริหารจัดการรายจ่ายให้สัมพันธ์กับรายได้แม้ว่าจะไม่มีเรื่องของภาวะเศรษฐกิจก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับการเงินของคุณได้ หากคุณยังใช้จ่ายเกินตัวหรือไม่ระมัดระวังอยู่ต่อไป ยิ่งหากคุณกำลังเผชิญอยู่กับช่วงเวลาที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจ การมีเงินสดหรือทรัพย์สินติดตัว” ให้มากที่สุดย่อมจะเป็นผลดีกับตัวของคุณเองครับ ดังนั้นการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกหรือควบคุมการใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดย่อมจะเป็นวิธีการที่ดีที่จะทำให้คุณเปลี่ยนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นให้กลายมาเป็นเงินเก็บเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลงครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่ารายจ่ายอะไรคือสิ่งที่จำเป็นต้องตัดออก “การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย” คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยตีแผ่รายจ่ายที่ไม่จำเป็นของคุณและทำให้คุณ “ตัด” รายจ่ายที่ว่านี้ออกไปได้

3. อย่าเพิ่งด่วนสร้างหนี้สินในช่วงเศรษฐกิจผันผวนและมีความไม่แน่นอน

“หนี้สิน” คือรายจ่ายประจำที่จะติดตัวและเป็นภาระของคุณไปจนกว่าคุณจะชำระหนี้ก้อนนั้นได้หมดครับ เมื่อใดที่คุณก่อหนี้ขึ้นมาแล้วคุณจะมีรายจ่าย “ประจำที่แน่นอน” เกิดขึ้นในทันที แต่สำหรับในช่วงเศรษฐกิจผันผวนและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามเช่นนี้ คุณอาจไม่มีทางคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตล่วงหน้าได้โดยเฉพาะในเรื่องของรายได้ในอนาคตว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ หากคุณกำลังมีแพลนว่าจะต้องก่อหนี้ที่ต้องผูกพันในระยะยาวในช่วงนี้ คุณอาจจะต้องทบทวนแผนการนี้อีกครั้งและชะลอการก่อหนี้ออกไปก่อนเพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่านี้แล้วจึงค่อยพิจารณาถึงการสร้างหนี้อีกครั้งก็ยังไม่สายครับ

4. ระมัดระวังในเรื่องของการลงทุน

เทรนด์อันดับหนึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในยุคนี้คือ “การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อความมั่นคงในระยะยาว” ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนหลายคนจะมีพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ชนิดต่าง ๆมากมาย แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังผันผวนและมีความไม่แน่นอน ทุก ๆการลงทุนยิ่งมี่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าในสถานการณ์ปกติครับ เพราะความผันผวนที่สูงมากเช่นนี้มีโอกาสทำให้พอร์ตการลงทุนของคุณเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ๆ และทำให้คุณต้องสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดไปในพริบตาครับหากคุณคิดเล่นกับไฟโดยไม่ระวังหรือกลัวความเสี่ยงเลย

5. แม้รายได้ของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบแต่การมีรายได้เสริมคือความอุ่นใจและสร้างความมั่นคงได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากการลงทุน การมีรายได้เสริมที่นอกเหนือจากงานประจำก็เป็นเทรนด์ที่คนยุคใหม่นิยมกันมากครับ ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวนรายได้จากเพียงช่องทางเดียวคือความเสี่ยงชนิดหนึ่งซึ่งสำแดงฤทธิ์มาแล้วในช่วงของการล็อกดาวน์ประเทศที่ผ่านมา ดังนั้นหากคุณมีช่องทางที่จะสร้างรายได้จากแหล่งอื่น ๆที่นอกเหนือไปจากงานประจำ คุณก็ควรจะต้องมีครับแม้ว่าคุณจะมั่นใจว่ารายได้หลักจากงานประจำจะไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม เพราะการมีรายได้มากกว่า 1 แหล่งจะยิ่งสร้างความมั่นคงให้กับตัวของคุณเอง

6. ระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนแต่ไม่ใช่การตื่นตระหนกจนเกินกว่าเหตุ

จริงอยู่ที่ว่าคำแนะนำทั้งหมดนี้จะมุ่งเน้นไปที่การให้คุณระมัดระวัง ตื่นตัวและเตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามคุณเองก้ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินเหตุหรือกังวลมากเกินไปจนทำให้คุณไม่มีความสุขครับ คุณเองยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแค่เพียงไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล เพียงเท่านี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะผันผวนเพียงใดหากคุณเตรียมพร้อมรับมือเสียแต่เนิ่น ๆคุณก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆเลยครับ

หลังภาวะวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19ก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไปอีกระยะหนึ่งครับ ส่วนหนึ่งของความผันผวนทางเศรษฐกิจนี้ก็มีสาเหตุมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามหากคุณมีวินัยทางการเงินที่ดีและเตรียมพร้อมรับมืออย่างดี คุณก็จะผ่านพ้นวิกฤติจากความผันผวนของเศรษฐกิจไปได้ไม่ยากครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here