7 วิธีรับมือกับความผิดหวังจนนำไปสู่สถานการณ์วิกฤติ

“ความผิดหวัง” เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องประสบไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอนครับ ความผิดหวังเป็นคำกว้าง ๆที่ครอบคลุมในทุกเรื่องที่เราตั้งเป้าหมายไว้ “ความผิดหวัง” จึงเป็นได้ทุก ๆอย่างและในทุกเรื่องนั่นเอง ความผิดหวังนั้นมักจะมาพร้อมกับความคาดหวัง ยิ่งเราคาดหวังมากเพียงใดเมื่อทุกสิ่งไม่เป็นไปดั่งที่หวังความรู้สึกเราจะดิ่งลงสู่ความผิดหวังแรงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น นี่คือธรรมชาติของความผิดหวัง แต่กระนั้นในบางครั้งความผิดหวังก็อาจจะมาโดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับมันมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังเช่นการถูกลดรายได้ ยอดขายไม่เข้าเป้า รายได้ไม่เข้าตา เผชิญหน้ากับการตกงานหรืออย่างดีหน่อยคือการไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมาคือสิ่งที่ล้วนทำให้เกิดความผิดหวังได้ทั้งสิ้น เพื่อรับมือกับความผิดหวังที่ถาโถมในช่วงวิกฤติเช่นนี้ เรามีแนวคิดการรับมือกับสถานการณ์ความผิดหวังมาให้พอเป็นแนวทางที่จะใช้รับมือครับ

1. สงบจิต สงบใจและหยุดตั้งคำถามในแง่ลบกับตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คุณคาดหวังหรือเป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังแล้วการตั้งคำถามในแง่ลบกับตนเองซ้ำไปซ้ำมาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแทบจะไม่ทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดีขึ้นเลยครับ ตรงกันข้ามยิ่งคุณตั้งคำถามเพื่อถามตนเองว่า “ทำไม” มากขึ้นเท่าไหร่มันจะยิ่งดึงความรู้สึกของคุณให้จมดิ่งลงไปสู่ความเศร้ามากขึ้นเท่านั้น และท้ายที่สุดคุณก็จะเริ่มต้นโทษตนเองแม้สถานการณ์นั้นอาจจะไม่ใช่ความผิดของคุณโดยตรงครับ ดังนั้นเมื่อเกิดความรู้สึกผิดหวังเมื่อใด คุณต้องพยายามสงบจิตสงบใจตนเองและเลิกตั้งคำถามในแง่ลบกับตนเองเสียทีมิเช่นนั้นคุณจะไม่สามารถเดินหน้าเพื่อไปต่อได้ครับ

2. เปลี่ยนมุมมองความคิดของตนเองเสียใหม่

ความรู้สึกผิดหวังที่เกิดขึ้นนอกจากจะดึงอารมณ์ของคุณลงสู่จุดตกต่ำอย่างที่คุณอาจไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกนี้ก็ยังจะไปดึงมุมมองความคิดของคุณให้มีแต่ความคิดลบแย่ ๆได้อีกเช่นกัน ยิ่งเรามีมุมมองความคิดในแง่ลบมากเพียงใดโอกาสที่เราจะกลับมาเป็นปกติได้ก็จะยิ่งทอดเวลานานออกไปครับ ซึ่งแทบไม่เกิดผลดีกับตัวของคุณเองเลยโดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หากคุณไม่สามารถตั้งหลักและลุกขึ้นมาโดยไว คุณก็จะยิ่งเสียโอกาสไปมากขึ้นเท่านั้น จริง ๆแล้วความผิดหวังที่เกิดขึ้นโดยไม่ว่าคุณจะทันตั้งตัวหรือไม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปครับ เพราะในอีกมุมหนึ่งนั่นย่อมหมายถึง “โอกาสดีที่คุณจะได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิเดขึ้น” รวมไปถึง “โอกาสที่คุณจะได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้เริ่มต้นทำในสิ่งใหม่ ๆ” ที่คุณยังไม่มีโอกาสได้ลองทำครับ ซึ่งหากคุณลองปรับมุมมองความคิดให้เป็นบวกมากขึ้นคุณก็อาจจะพบว่าภายใต้สถานการณ์อึมครึมที่น่าอึดอัดนี้ก็ยังมีแสงสว่างเล็ก ๆที่ไม่ได้แย่ซ่อนอยู่ครับ

3. ดูแลสุขภาพของตนก่อน

ความเศร้า ความทุกข์จากสถานการณ์ความผิดหวังยิ่งหากคุณจมลงไปกับมันนาน ๆ ร่างกายของคุณจะหยิ่งหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของตัวคุณเองเลยแม้แต่น้อย การดูแลสุขภาพของตนเองในสถานการณ์ความผิดหวังนี้จึงเป็นสิ่งที่คุณควรทำครับ และวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ “การออกกำลังกาย” เพราะผลจากการออกกำลังกายจะทำให้สมองมีการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาเพื่อต่อสู้กับฮอร์โมนแห่งความเครียดนี้ครับ รวมไปถึงการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และพักผ่อนให้เพียงพอก็จะทำให้คุณสามารถฟื้นตัวขึ้นมาจากความรู้สึกแย่ ๆนี้ได้แล้ว

4. ระบายความในใจออกมาเสียบ้าง อย่าเก็บมันเอาไว้อยู่คนเดียว

ความอึดอัดจากความเศร้าและความผิดหวังที่เกิดขึ้น หากคุณเก็บงำมันไว้กับคุณเพียงคนเดียว ท้ายที่สุดความรู้สึกเช่นนี้ก็จะย้อนกลับมาส่งผลลบต่อชีวิตของคุณทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน ทางออกหนึ่งที่จะช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นก็คือให้ระบายมันออกมาบ้างครับไม่ว่าจะเป็นการออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือการพูดคุยระบายความในใจให้กับใครสักคนที่คุณไว้ใจได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นครับ แม้การระบายความรู้สึกให้คนอื่นรับฟังอาจจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับคุณมากนัก แต่วิธีการนี้จะช่วยลดความเครียดที่อยู่ในใจของคุณไปได้มากครับ นอกจากนี้การระบายความรู้สึกผ่านตัวอักษรยังมีส่วนทำให้คุณได้ย้อนกลับมาพิจารณาถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งก็อาจทำให้คุณพบวิธีแก้ปัญหาได้อย่างที่คุณไม่คาดคิด

5. มองหาคุณค่าในตัวเอง

ความผิดหวังเสียใจที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกคนมีโอกาสประสบได้ไม่แพ้กันครับ ไม่ใช่แต่เพียงเฉพาะคุณเท่านั้น ดังนั้นแม้คุณจะพบเจอความผิดหวังเพียงใดก็ตามนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวคุณเองไร้คุณค่าหรือไม่มีค่าเสียเมื่อไหร่ ยิ่งในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ความผิดหวังย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนทุกคนได้เหมือนกันและบางครั้งก็เป็นสิ่งที่แม้ว่าคุณเองจะพยายามควบคุมแล้วก็ตามแต่ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหวังไว้ แต่แม้ว่าผลลัพธ์จะดูเลวร้ายเพียงใด ขอให้เชื่อมั่นในตนเองและมองให้เห็นถึงคุณค่าในตัวเองครับว่าตัวคุณเองยังมีคุณค่าอยู่ มองเห็นด้านบวกของตัวเองแล้วคุณจะมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้ต่ออีกครั้ง

6. ยอมรับเป็นบทเรียนที่จะทำให้คุณเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต

ความผิดหวังหลาย ๆ ครั้งก็เป็นบทเรียนสอนใจให้เราได้นำไปปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต หากคุณสามารถเป็นเช่นนี้ได้ความผิดหวังที่เกิดขึ้นก็นับเป็นเรื่องดี ๆเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แต่กระนั้นในความเป็นจริงการที่เราจะยอมรับบทเรียนเช่นนี้ได้กลับไม่ใชเรื่องง่ายเลย เพราะโดยมากเรามักจะจมอยู่กับความเศร้าเสียใจจนไม่หลงเหลือสติมากพอที่จะกลับไปพิจารณาถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่เราจะเยียวยาจิตใจตนเองจนพร้อมที่จะยอมรับเอาความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนสอนใจของเราต่อไป ดังนั้นหากคุณต้องประสบความผิดหวังก็อย่าปล่อยให้ความรู้สึกแย่ ๆนั้นเกาะกินหัวใจของคุณนานจนเกินไปนัก ยิ่งคุณพร้อมที่จะกลับสู่โหมดปกติได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็มีโอกาสที่จะเรียนรู้บทเรียนล้ำค่านั้นเร็วขึ้นเท่านั้น นั่นจะยิ่งทำให้คุณเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

7. เดินหน้าต่อไป ความผิดหวังในครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบของชีวิตเสียเมื่อไหร่

แม้โลกจะพังทลายต่อหน้า หากเรายังไม่หมดลมหายใจชีวิตก็จำเป็นจะต้องเดินหน้าต่อไป สิ่งนี้คือความเป็นจริงที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แม้ว่าคุณอาจจะรู้สึกว่าตนเองต้องการที่จะพักจากเรื่องราวต่าง ๆก็ตามครับ สำหรับผู้ที่จิตใจมั่นคงหนักแน่น ความผิดหวังที่เกิดขึ้นนี้ย่อมไม่ใช่จุดจบหรือจุดสิ้นสุดของชีวิต แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่ายากที่จะทำใจยอมรับ พวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับจูนความคิดของตนเองสักหน่อย แต่เชื่อเถิดว่าเมื่อคุณสามารถยอมรับความผิดหวังนั้นได้และพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปคุณก็จะรู้ได้ด้วยตนเองครับว่า ความผิดหวังที่เกิดขึ้นนี้ย่อมไม่มีทางเป็นจุดจบของชีวิตของคุณอย่างแน่นอน เพราะชีวิตนี้ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้คุณได้ค้นหา อย่าได้ปล่อยให้ความผิดหวังเพียงครั้งเดียวมาเป็นตัวถ่วงในชีวิตของคุณเด็ดขาด เพรานั่นคือข้ออ้างของคนที่จะไม่รู้จักกับคำว่า “ความสำเร็จ”ในอนาคตอีกต่อไป

ทุกคนสามารถรู้สึกแย่จากความผิดหวังได้ครับ แม้คนที่จิตใจเข้มแข็งก็ตามก็อาจมีความรู้สึกแย่ ๆได้บ้างแม้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่งก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่แบ่งแยกคนผู้จะประสบความสำเร็จกับคนที่ไม่เคยสัมผัสกับความสำเร็จในโมงยามที่ความผิดหวังมาเยือนก็คือ “ความสามารถในการบริหารจัดการความรู้สึกของตนเอง” และ “ความสามารถในการลุกขึ้นมาพร้อมจะเริ่มต้นสู้ใหม่อีกครั้ง” เชื่อไหมครับว่าคนที่ประสบความสำเร็จจนเรามองเห็นความสำเร็จนั้นเบื้องหลังของพวกเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลและริ้วรอยของความผิดหวังไม่น้อยเช่นกัน ยิ่งพวกเขาล้มเหลวมากเพียงใด ต้องผิดหวังจนพบวิกฤติมากแค่ไหนก็จะยิ่งทำให้พวกเขาแกร่งกล้าและกลายเป็นการกรุยหนทางที่เดินไปสู่ความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ทีนี้คุณเองต้องถามตัวเองแล้วล่ะครับว่าคุณพร้อมที่จะรับมือและจัดการกับความผิดหวังได้มากน้อยเพียงใด เพราะบทเรียนจากความผิดหวังแต่ละครั้งจะช่วยส่งให้คุณไปสู่เป้าหมายความสำเร็จที่คุณวางไว้ได้อย่างแน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here