เมื่อไวรัสกลายพันธุ์ เราจะรับมือกับโควิดกลายพันธุ์ได้อย่างไร

โควิดกลายพันธุ์

และแล้วการระบาดระลอก 3 ซึ่งเป็นการระบาดระลอกที่เรียกได้ว่ามีความรุนแรงมากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยก็มาถึง โดยต้นเหตุของการระบาดในรอบนี้เกิดขึ้นมาจากสายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีการกลายพันธุ์ไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม โดยเชื้อที่ระบาดนี้เป็นสายพันธุ์จากอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดิม เมื่อไวรัสกลายพันธุ์จนก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น เราจะมีวิธีการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร บทความนี้มีคำแนะนำมาฝากครับ

ไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ได้อย่างไร

การกลายพันธุ์ของไวรัสไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะความสามารถในการกลายพันธุ์นี้จะเกิดขึ้นขณะที่ไวรัสมีการแพร่กระจายตัวเอง การกลายพันธุ์ที่ว่านี้เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาตัวเองของไวรัสเพื่อให้สามารถเกาะติดกับโฮสต์ได้ดีขึ้น หรือเพิ่มขีดความสามารถของตนเองในการแพร่กระจายตัวได้ดีขึ้น คอยหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์และรวมไปถึงเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ครับ ดังนั้นในทางการแพทย์จึงต้องพยายามอย่างมากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรง เพราะการระบาดในวงกว้างไม่ได้หมายแต่เฉพาะอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น หรือขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยจะลดลง หากแต่การระบาดที่ลุกลามยังเปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ได้ง่ายซึ่งจะเป็นปัญหาที่น่ากลัวของระบบสาธารณสุขในที่สุด

ขณะนี้ไวรัสโคโรน่าที่เป็นต้นเหตุของโรคโควิดมีการกลายพันธุ์ไปแล้วกี่สายพันธุ์

ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เกี่ยวกับเรื่องการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ทำให้ทราบว่าไวรัสเกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เฉพาะนอกเหนือไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิมไปแล้วดังนี้

สายพันธุ์ B.1.1.7(GR,G)หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่าสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งถูกพบในเดือนกันยายน 2563 และเป็นไวรัสที่พบในคลัสเตอร์ทองหล่อในการระบาดรอบล่าสุดในประเทศไทย ตัวไวรัสพัฒนาตนเองให้มีความสามารถในการแบ่งตัวได้ดีกว่าเดิมจึงทำให้อัตราการติดต่อสูงกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 1.7 เท่า

สายพันธุ์B.1.351(GH,G) เรารู้จักสายพันธุ์นี้ในชื่อของแอฟริกาใต้ ถูกค้นพบในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งการพัฒนาตัวของไวรัสสายพันธุ์นี้จะทำให้ไวรัสจับกับตัวเซลล์ได้ดีขึ้น จึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดการณ์กันว่าสายพันธุ์นี้อาจมีความสามารถในการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ด้วย และอาจทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง

สายพันธุ์ P.1 (GR) หรือสายพันธุ์บราซิลซึ่งพบครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งทำให้ตัวพลาสมาหรือระบบภูมิคุ้มกันของเราจับกับตัวไวรัสได้ลดลง

สายพันธุ์ B.1.617 ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อของสายพันธุ์อินเดีย และเป็นเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ประเทศอินเดียมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงวันละ3แสนคน และมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นถึงหลายพันคนต่อวัน ความร้ายแรงของโควิดสายพันธุ์นี้เกิดจากการกลายพันธุ์สองตำแหน่งจึงทำให้ไวรัสแพร่ระบาดได้เร็วขึ้นและหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้นครับ ไวรัสสายพันธุ์นี้จึงเป็นสายพันธุ์ที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดนั่นเอง

แล้วเราจะรับมือกับโควิดกลายพันธุ์ได้อย่างไร

New Normal และ Social Distancing ยังคงช่วยเราได้

หากเราดูจากคลัสเตอร์การระบาดที่ทองหล่อ หรือการระบาดระบอกอื่นเราจะพบว่า ในทุกการระบาดสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการที่เราขาดการระมัดระวังในเรื่องของการป้องกันตัวเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือการใส่หน้ากากอนามัยผิดวิธีในขณะที่อยู่นอกเคหะสถาน ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมบางประเภทที่มีความเสี่ยงของการติดเชื้อ ทั้ง ๆที่โรคโควิด-19 นั้นเป็นโรคทางเดินหายใจซึ่งหากเราป้องกันตามแนวทางคือการเว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ เราก็จะสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไปได้มากครับ ซึ่งเราน่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วสำหรับเรื่องราวของนักข่าวต่างประเทศที่ต้องเดินทางไปทำข่าวในพื้นที่เสี่ยงของโรคระบาดหลายครั้งและไม่เคยติดโรคระบาดแม้เพียงครั้งเดียว เพียงแค่เคร่งครัดต่อมาตรการป้องกันโรค คุณก็จะรอดพ้นจากความเสี่ยงไปได้มากทีเดียวครับ

วัคซีนยังเป็นทางรอดหลักของการระบาดของโรคนี้

แม้เราจะได้ยินข่าวถึงผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนก็ตาม แต่ก็ต้องเรียนตามตรงครับว่า วัคซีนยังเป็นทางรอดหลักของการควบคุมการระบาดในครั้งนี้ เพราะวัคซีนจะช่วยกระตุ้นการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่จะไปยับยั้งการระบาดของตัวไวรัส ซึ่งแม้จะไม่ได้การันตีว่าจะไม่ติดเชื้อ 100% แต่วัคซีนจะไปช่วยลดความรุนแรงของอาการของโรคลงไปได้มากครับ และในที่สุดแล้ววัคซีนจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ช่วยยับยั้งการกลายพันธุ์ของไวรัสไม่ให้เกิดขึ้น จากการควบคุมความรุนแรงของการระบาดซึ่งก็คงไม่ดีแน่หากเราจะปล่อยให้ประเทศไทยเกิดการระบาดอยู่ต่อไปจนเกิดสายพันธุ์เฉพาะของประเทศไทยขึ้นมาครับ

แม้สถานการณ์รายวันของการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยจะยังคงมีแนวโน้มที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แต่ทาง whenioldup.com เชื่อครับว่า หากคนไทยร่วมมือกันทุกภาคส่วน เราจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้และยับยั้งไม่ให้พัฒนาไปสู่เหตุวิกฤติที่ร้ายแรงได้ แล้วเราจะผ่านพ้นเรื่องร้ายนี้ไปด้วยกันครับ

ติดตามบทความดี ๆทางช่องทางโซเชี่ยลได้ที่นี่ครับ

โควิดกลายพันธุ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here